แนวทางในการจัดการอุทกภัย: กรณีศึกษาเทศบาลนครนนทบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ประเทศไทยประสบกับมหาอุทกภัยนำมาซึ่งความเสียหายเป็นอย่างมาก นับเป็นวิกฤตการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ของไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในฐานะองค์กรหลักในการจัดบริการสาธารณะได้มีส่วนในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะพื้นที่เทศบาลนครนนทบุรี อันเป็นพื้นที่ปลายน้ำก่อนลงสู่ทะเลบริบทของเทศบาลนครนนทบุรีเป็นพื้นที่ติดแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นระยะทางยาวกว่า ๑๐ กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีคลองบางตลาด คลองส่วย และคลองบางเขน หากนับรวมกันแล้วมีความยาวกว่า ๑๕.๗ กิโลเมตร ด้วยภูมิศาสตร์ดังกล่าวเป็นที่ท้าทายต่อการบริหารจัดการน้ำเป็นอย่างมากแต่เทศบาลนครนนทบุรีสามารถรักษาเมืองไว้ได้ ทั้งนี้การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาสามประการด้วยกัน คือ เพื่อศึกษาปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จในการจัดการน้ำของเทศบาลนครนนทบุรี เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการจัดการอุทกภัยของเทศบาลนครนนทบุรี และ เพื่อเสนอแนะแนวทางในการจัดการอุทกภัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน โดยการศึกษาวิธีเชิงคุณภาพด้วยการศึกษาจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง (Documentary Research) และการสัมภาษณ์ หรือสอบถามความเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง (In-depth Interview) รวมถึงการการจัดประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) กับผู้บริหาร/ เจ้าหน้าที่ของเทศบาลนครนนทบุรี สมาชิกสภาเทศบาล ตัวแทนประชาชน องค์กรภาคเอกชนที่มีส่วนในการจัดการอุทกภัยร่วมกับท้องถิ่น
ผลการศึกษาพบว่าด้านปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จในการจัดการอุทกภัยของเทศบาลนครนนทบุรีมีดังนี้ประการแรก มีการป้องกันและลดผลกระทบ โดยการประเมินความเสี่ยง การสร้างความรู้ความเข้าใจและการตระหนักเกี่ยวกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประการที่สอง มีการเตรียมความพร้อมของเทศบาลและประชาชนให้มีความสามารถในการอยู่กับน้ำของประชาชนแถบลุ่มน้ำเจ้าพระยา การมีแผนการจัดการน้ำท่วมของเทศบาลนครนนบุรี การฝึกซ้อมตามแผนการจัดการน้ำท่วม การเตรียมพร้อม
บุคลากรเพื่อรับมือกับน้ำท่วม ประการที่สาม มีการจัดการในภาวะฉุกเฉิน/การสู้ภัยน้ำท่วม มีการบริหารจัดการในภาวะวิกฤต การสร้างความร่วมมือในการสู้ภัยน้ำท่วม ระบบการสื่อสารและการติดต่อกับประชาชนในช่วงวิกฤต การจัดตั้งศูนย์บัญชาการฉุกเฉินและศูนย์พักพิงชั่วคราว และประการที่สี่ มีการจัดการหลังเกิดภัยอย่างเหมาะสม มีการเยียวยาและฟื้นฟูจิตใจประชาชน การจ่ายค่าชดเชยผู้ประสบภัยด้านปัญหาและอุปสรรคในการจัดการอุทกภัยของเทศบาลนครนนทบุรี มีดังนี้ ประการแรก ปัญหาในการบริหารจัดการงบประมาณระหว่างเกิดภัยที่มีข้อจำกัดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างของเทศบาล ที่ไม่อาจเป็นไปตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ ประการที่สอง ปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยหากไม่มีการจัดการที่ดีก็ส่งผลต่อการสะสมปริมาณขยะและเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคอันเป็นผลกระทบระยะยาวต่อชุมชน ประการที่สาม การขาดวัสดุอุปกรณ์/กำลังคน ในการทำงานภาวะวิกฤตนั้นประสบปัญหาทำให้เกิดภาวะแย่งทราย/กระสอบทราย ประการที่สี่ จุดแตกรั่วใหม่ๆ ของแนวคันกั้นน้ำในระหว่างรับมือ
ภัยน้ำท่วม ประการที่ห้าปัญหาเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เรื่องนี้เป็นปัญหาแทบทุกพื้นที่ที่ประชาชนมีความเป็นห่วงทรัพย์สินมากกว่าชีวิต ประการที่หก ปัญหาการจ่ายเงินชดเชยกรณีอุทกภัย
ด้านข้อเสนอแนะแนวทางในการจัดการอุทกภัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน มีประเด็นสำคัญดังนี้ ประการแรก การวางแผนบริหารจัดการอุทกภัย การป้องกันและลดผลกระทบ การเตรียมความพร้อมในการรับมือ การจัดการในสถานการณ์ฉุกเฉิน/น้ำท่วม และการจัดการหลังจากเกิดภัยพิบัติประการที่สอง ภาวะผู้นำในช่วงวิกฤต ในการตัดสินใจแก้ไขปัญหาตามสถานการณ์ ประการที่สาม การสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน ประการที่สี่ การจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว ทั้งนี้การศึกษาในครั้งนี้มีข้อสังเกตที่สำคัญ คือ ประการแรก แนวคิดการขยายตัวของแนวคิดท้องถิ่นนิยมเพื่อจัดการกับปัญหาอย่างสุดความสามารถ ประการที่สอง ความรับผิดชอบของนักการเมืองที่มีต่อประชาชนในพื้นที่ ประการที่สาม การบริหารท้องถิ่นแบบมืออาชีพ และประการสุดท้าย คือการจัดการเครือข่ายการทำงานของท้องถิ่น
เงินชดเชยกรณีอุทกภัย
Article Details
@ 2020 King Prajadhipok's Institute The Government Complex Commemorating All Right Reserved.
เอกสารอ้างอิง
คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ. ๒๕๕๒. แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓-๒๕๕๗. กรุงเทพฯ: กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย.
ทวิดา กมลเวชช. ๒๕๕๔. คู่มือการจัดการภัยพิบัติท้องถิ่น. กรุงเทพฯ: วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า.
ไททัศน์ มาลา สุนทรชัย ชอบยศ และพิศาล พรหมพิทักษ์กุล. ๒๕๕๖. แนวทางในการจัดการอุทกภัย: กรณีศึกษาเทศบาลนครนนทบุรี. รายงานการวิจัย เสนอต่อสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.).
พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. ๒๕๕๐. ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม ๑๒๔ ตอนที่ ๕๒ ก วันที่ ๗ กันยายน ๒๕๕๐.
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔ ตอนที่ ๔๗ ก หน้า ๑ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๐.
หัสยา ไทยานนท์. ๒๕๕๕. แนวทางการบริหารจัดการภัยพิบัติของชาติอย่างยั่งยืน. กรุงเทพฯ: ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ.
Alexander, David. 2002. Principle of Emergency Planning and Management. New York : Oxford University Press.
Canton, Lucien G. 2007. Emergency Management Concept and Strategies for Effective Programs. Hoboken. N.J. : Wiley-Interscience.
Carter, W. Nick. 1992. Disaster management : a disaster manager’s handbook. Manila, Philippines : Asian Development Bank.
Coppola, P. Damon. 2007. Introduction to international disaster management. Amsterdam. Boston : Butterworth Heinemann.
Daniel Henstra. 2010. Evaluating Local Government Emergency Management Programs: What Framework Should Public Managers Adopt?. In Public Administration Review. March - April . pp 236-246.
Phillips; Neal and Webb. 2012. Introduction to Emergency Management. United State of America : CRC Press.