ระบบตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมาย โดยศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะกลไกพิทักษ์สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ของประชาชนและพิทักษ์รัฐธรรมนูญ

Main Article Content

ปัทมา สูบกำปัง

บทคัดย่อ

        บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์สำรวจองค์ความรู้เกี่ยวกับหลักการและกลไกการตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมาย บทบาทของศาลรัฐธรมนูญในฐานะองค์กรวินิจฉัยชี้ขาดว่ากฎหมายหรือร่างกฎหมายใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และเสนอแนะแนวทางการพัฒนาปรับปรุงระบบและกลไกสำหรับประเทศไทย โดยใช้วิธีการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลเอกสารเป็นหลัก และศึกษาข้อมูลภาคสนามโดยสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นส่วนประกอบ จากการศึกษาพบว่าประเทศไทยสถาปนาระบบตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมายโดยจัดตั้งศาลรัฐธรรมนูญขึ้น กำหนดให้มีบทบาทหลักประการหนึ่งคือการชี้ขาดความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ โดยพิจารณาตรวจสอบว่า ร่างกฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือตราโดยมิชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ เรียกว่า “ระบบตรวจสอบก่อน” ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมีบทบาทตรวจสอบได้ทั้งเนื้อหาสาระของร่างกฎหมายรวมถึงตรวจสอบ “กระบวนการตรากฎหมาย” ด้วย นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญยังมีบทบาทอำนาจหน้าที่ตรวจสอบกฎหมายที่ประกาศใช้บังคับแล้วว่ามีบทบัญญัติใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่ เรียกว่า “ระบบตรวจสอบหลัง” อีกด้วย หากพิจารณาในแง่ผู้มีสิทธิริเริ่มเสนอคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญพบว่า รัฐธรรมนูญกำหนดให้สิทธิแก่ทั้งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง องค์กรของรัฐ รวมทั้งประชาชนผู้ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด กล่าวอีกนัยหนึ่งคือเมื่อมีการบังคับใช้กฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่ง ก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลใดขึ้น บุคคลนั้นมีสิทธิเสนอคำร้องที่เรียกว่า “คำร้องทุกข์ทางรัฐธรรมนูญ” โดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ได้ หรือหากมีการฟ้องร้องเป็นคู่ความในคดี บุคคลดังกล่าวมีสิทธิโต้แย้งต่อศาลที่จะใช้กฎหมายดังกล่าวบังคับแก่คดี ว่ากฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญได้ กล่าวได้ว่าบทบาทของศาลรัฐธรรมนูญในระบบตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ คือ “ผู้พิทักษ์รัฐธรรมนูญ” รวมทั้ง “ผู้พิทักษ์ปกป้องสิทธิเสรีภาพประชาชน” ด้วย ผลการศึกษาพบว่าสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่บัญญัติรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญได้รับการปกป้องคุ้มครอง โดยไม่ถูกละเมิดโดยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จากคำวินิจฉัยชี้ขาดของศาลรัฐธรรมนูญ มีทั้งสิทธิในทรัพย์สิน เสรีภาพในการประกอบอาชีพ หลักความเสมอภาค รวมไปถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาด้วย แต่อย่างไรก็ตาม การใช้สิทธิเสนอคำร้องทุกข์ทางรัฐธรรมนูญยังมีปัญหาอุปสรรคสำคัญคือประชาชนยังขาดความรู้ความเข้าใจเพื่อดำเนินการได้อย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ขั้นตอนตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งเป็นกฎเกณฑ์ที่เคร่งครัดว่าต้องได้ดำเนินการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพต่อกลไกต่างๆ ที่กฎหมายกำหนดไว้แล้ว อีกทั้งต้องเป็นกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการผ่านช่องทางอื่นๆ ได้แล้ว ข้อเสนอแนะจากการศึกษา 2 ส่วน ประกอบด้วย 1. การพัฒนาในเชิงโครงสร้างระบบตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ยังคงกำหนดให้เป็นบทบาทอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญในฐานะเป็นกลไกพิทักษ์สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนและพิทักษ์รัฐธรรมนูญ แต่ควรมีการพิจารณามาตรการ เพื่อธำรงและเพิ่มระดับความเชื่อมั่นศรัทธาจากสาธารณชนว่า เป็นกลไกที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย และสามารถปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานมิได้ถูกละเมิดโดยอำนาจรัฐอื่นใดโดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และควรพัฒนาความร่วมมือเพื่อบูรณาการระหว่างหน่วยงานของรัฐ โดยมุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งของประชาชนเพื่อเรียกร้องสิทธิเสรีภาพให้ถูกต้องตามกรอบรัฐธรรมนูญและกฎหมาย รวมถึงการพัฒนาบทบาทเชิงรุกในฐานะผู้พิทักษ์สิทธิพลเมืองของฝ่ายนิติบัญญัติ อันเป็นการสร้างระบบการป้องกันหรือแก้ไขจากต้นทางการตรากฎหมายซึ่งมีผลในวงกว้างยิ่งกว่าการวินิจฉัยชี้ขาดโดยศาลรัฐธรรมนูญที่เป็นปลายทางของระบบพิทักษ์สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
สูบกำปัง ป. (2020). ระบบตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมาย โดยศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะกลไกพิทักษ์สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ของประชาชนและพิทักษ์รัฐธรรมนูญ. วารสารสถาบันพระปกเกล้า, 18(2), 23–39. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/kpi_journal/article/view/244966
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

กล้า สมุทวณิช. (2558). ขอบเขตอำนาจหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อการส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน. กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า.

จันทจิรา เอี่ยมมยุรา. (2553). กฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะและการเดินขบวนของประเทศสาธารณรัฐเกาหลี. สืบค้นจาก www.enlightened-jurists.org/page/220

พิเชษฐ เมาลานนท์, นิลุบล ชัยอิทธิพรวงศ์ และพรทิพย์ อภิสิทธิวาสนา. (2550). ตุลาการภิวัตน์ (คันฉ่องส่องตุลาการไทย) ฉบับ ตุลาการตีความข้ามตัวบท & ตุลาการวางนโยบายสาธารณะ. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ.

ศศิวิมล ถาวรพงศ์สถิต. (2558). บทสันนิษฐานความรับผิดของกรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือผู้แทนนิติบุคคลกับแนวความคิดของกฎหมายที่มีผลใช้บังคับในปัจจุบัน. สืบค้นจาก http://www.fpo.go.th/FPO/modules/Content/getfile.php?contentfileID=9615

สถาบันพระปกเกล้า. (2545). การศึกษาเพื่อพัฒนาดัชนีวัดผลการพัฒนาระบบบริหารจัดการที่ดี เสนอ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า.

สถาบันพระปกเกล้า. (2561). ความเชื่อมั่นต่อสถาบันต่างๆ และความพึงพอใจต่อการบริการสาธารณะ พ.ศ. 2560 และสรุปผลการสำรวจ พ.ศ. 2545-2560. กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า.

สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ. คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ. สืบค้นจาก http://www.constitutionalcourt.or.th/th/occ_web/more_news.php?cid=7

Kim, Jong-cheol. Vice President, Director of Human Rights Division, KBA. The Korea Bar Association. (2016, August 31). Interview.

Kim, Sungjin. Director General of International Affairs, Head of Comparative Constitutional Law Division (Constitutional Rapporteur Judge) of The Constitution Court of Korea. The Constitution Court of Korea. (2016, August 31). Interview.

Kyu Ho Youm, Inho Lee and Ahran Park. (2009). Access to Government Information in South Korea: The Rise of Transparency as an Open Society Principle. Retrieved from https://www.swlaw.edu/sites/default/files/2018-04/JIMEL_V7%2C_N2__Access_to_Government_Information_in_South_Korea_The_Rise_of_Transparency_as_an_Open_Society_Principle.pdf