การสร้างความร่วมมือของท้องถิ่นในการส่งเสริมกิจกรรมผู้สูงอายุ เพื่อการอนุรักษ์และประยุกต์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมหมอลำสินไซ

Main Article Content

สุนทรชัย ชอบยศ
ศักดิ์สิทธิ์ ฆารเลิศ
สุรชัย ทาระคุณ

บทคัดย่อ

           บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาประวัติความเป็นมาของหมอลำสินไซชุมชนบ้านห้วยหว้า ตำบลโนนฆ้อง อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น (2) ศึกษาผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมสูงวัยของคณะหมอลำสินไซชุมชนบ้านห้วยหว้า (3) ศึกษาแนวทางการสร้างความร่วมมือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการส่งเสริมกิจกรรมผู้สูงอายุในการอนุรักษ์และประยุกต์ใช้มรดกภูมิปัญญาหมอลำสินไซ และ (4) ให้ข้อเสนอแนะในเชิงนโยบายแก่ภาคีที่เกี่ยวข้องในการอนุรักษ์หมอลำสินไซ โดยเป็นการศึกษาเชิงคุณภาพด้วยกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research : PAR) 
          ผลการศึกษาพบว่า ประวัติความเป็นมาของหมอลำสินไซ ชุมชนบ้านห้วยหว้า เกิดขึ้นราว พ.ศ. 2500 ในหมู่บ้านมีคณะหมอลำสินไซ 2 คณะ คือ คณะบู่บันเทิงศิลป์และคณะชารีบันเทิงศิลป์ ราวปี พ.ศ. 2508 หมอลำสินไซได้เริ่มหมดความนิยมและเข้าสู่ยุคหมอลำเพลิน โดยมีการก่อตั้งคณะหมอลำเพลินถึง 3 คณะ ข้อสังเกตที่ได้จากประวัติศาสตร์ท้องถิ่น 1) ชุมชนบ้านห้วยหว้าถือเป็นชุมชนแห่งหมอลำอย่างแท้จริง 2) หมอลำคือกิจกรรมสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนในอดีต 3) หมอลำกับการเสริมสร้างรายได้ ของคนในชุมชนในอดีต 4) การเปิดโลกทัศน์จากการเดินทางไปแสดงหมอลำในที่ต่างๆ สำหรับผลกระทบ และการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมสูงวัยของคณะหมอลำสินไซ ได้แก่ ผลกระทบของสังคมผู้สูงวัยต่อหมอลำสินไซ 1) ปัญหาสุขภาพของผู้สูงวัยที่เป็นหมอลำสินไซ 2) การไม่ยอมรับและความไม่พร้อมของผู้สูงอายุที่มีต่อหมอลำสินไซ 3) ทัศนคติของคนในครอบครัวศิลปินหมอลำสินไซที่ไม่ต้องการให้แสดง 4) การรวมกลุ่มของผู้สูงอายุด้านหมอลำในพื้นที่ไม่เคยมีมาก่อน 5) การห่างหายจากความเป็นหมอลำทำให้หลงลืมบทกลอน 6) ทัศนคติด้านลบของกลุ่มผู้สูงอายุหมอลำสินไซที่มีต่อเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ 7) ทัศนะเชิงบวกของเยาวชนต่อกลุ่มผู้สูงอายุหมอลำสินไซ 8) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขาดความชัดเจนในการแสดงบทบาทเพื่อการอนุรักษ์มรดกและประยุกต์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมหมอลำสินไซ 9) ข้อกังวลด้านงบประมาณในการส่งเสริมกิจกรรมผู้สูงอายุเพื่อการอนุรักษ์และประยุกต์มรดกภูมิปัญญา
ทางวัฒนธรรม 10) การขาดแกนนำสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์และประยุกต์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในพื้นที่          
          แนวทางการสร้างความร่วมมือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการส่งเสริมกิจกรรมผู้สูงอายุ คือ 1) การสืบค้นข้อมูลทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่น 2) กระบวนการสร้างความตระหนักและความสำคัญในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่น 3) การระดมความคิดและวางแผนเกี่ยวกับแนวทางการอนุรักษ์และประยุกต์หมอลำสินไซ โดยเน้นภาคีเครือข่ายเป็นฐาน 4) การปฏิบัติการที่เป็นรูปธรรมของภาคีเครือข่าย 5) การสรุปผลการดำเนินกิจกรรมร่วมกัน
          ข้อเสนอแนะในเชิงนโยบายแก่ภาคีที่เกี่ยวข้องในการอนุรักษ์หมอลำสินไซ 1) ด้านการสร้างความร่วมมือในการจัดการท่องเที่ยวท้องถิ่นโดยใช้ทุนทางวัฒนธรรมเป็นฐาน 2) ด้านการยกระดับกิจกรรมด้านภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในระดับจังหวัดและระดับตำบล 3) การจัดทำแผนพัฒนามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับท้องถิ่น 4) ด้านการเชื่อมโยงเครือข่ายกิจกรรมการอนุรักษ์และประยุกต์หมอลำสินไซ


 


 

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ชอบยศ ส., ฆารเลิศ ศ., & ทาระคุณ ส. (2020). การสร้างความร่วมมือของท้องถิ่นในการส่งเสริมกิจกรรมผู้สูงอายุ เพื่อการอนุรักษ์และประยุกต์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมหมอลำสินไซ. วารสารสถาบันพระปกเกล้า, 18(2), 104–128. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/kpi_journal/article/view/244981
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2561). มาตรการขับเคลื่อนระเบียบวาระแห่งชาติ เรื่องสังคมผู้สูงอายุ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์สามละดา.

คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ. (2561). แผนพัฒนาผู้สูงอายุฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2545 – 2564) ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ. 2561. สืบค้นจาก http://www.dop.go.th/download/laws/law_th_20152309144546_1.pdf

นันทิยา หุตานุวัตร และณรงค์ หุตานุวัตร. (2546). การพัฒนาองค์กรชุมชน. กรุงเทพฯ: สถาบันองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน).

ประเวศ วะสี. (2557). พลังการขับเคลื่อนการจัดการตนเองบนแผ่นดินไทย. กรุงเทพฯ: หมอชาวบ้าน.

พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496. (2496, 17 กุมภาพันธ์). ราชกิจจานุเบกษา. ฉบับกฤษฎีกา 70 ตอนที่ 14ก. น. 222-257.

พระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2546. (2546, 22 ธันวาคม). ราชกิจจานุเบกษา. ฉบับกฤษฎีกา 120 ตอนที่ 124ก. น. 1-15.

พระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2552. (2552, 13 พฤศจิกายน). ราชกิจจานุเบกษา. ฉบับกฤษฎีกา 126 ตอนที่ 85ก. น. 7-9.

พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พ.ศ. 2559. (2559, 1 มีนาคม). ราชกิจจานุเบกษา. ฉบับกฤษฎีกา 133 ตอนที่ 19ก. น. 1-9.

พัชรี สิโรรส. (2557). การจัดการปกครองและนโยบายสาธารณะ. วารสารการเมืองการปกครอง, 4(2), 1-12.

มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. (2559). สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย 2559. กรุงเทพฯ: คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ (กผส.).

วรรณดี สุทธินรากร. (2560). การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมและกระบวนการทางสำนึก. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: ศยาม.

วสันต์ เหลืองประภัสร์. (2557). การศึกษาและรวบรวมตัวอย่างการบริหารกิจการบ้านเมืองแบบร่วมมือกัน (Collaborative Governance) ระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคธุรกิจเอกชน ภาคประชาสังคมและชุมชน. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

วิชัย รูปขำดี และคณะ. (2552). การประเมินองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความเป็นเลิศเพื่อรับรางวัลพระปกเกล้าประจำปี 2552. กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า.

วีระ โรจน์พจนรัตน์. (2551). การจัดการวัฒนธรรมกับความเจริญของประเทศ. วารสารเทคโนโลยีสุรนารี, 2(2), 85-97.

วีระศักดิ์ เครือเทพ. (2547). ทุนทางสังคมกับการจัดการภาครัฐยุคใหม่: กรณีศึกษาความร่วมมือของชุมชนกับ อบต. ในการจัดการปัญหาผลกระทบภายนอก. ใน ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์ (บรรณาธิการ), ทุนทางสังคม และวัฒนธรรมในระบบเศรษฐกิจ และการจัดการยุคใหม่ รวมบทความจากการประชุมวิชาการ ประจำปี 2547 มหาวิทยาลัยนเรศวร. กรุงเทพฯ: บริษัท พี.เอ ลีฟวิ่ง จำกัด.

วีระศักดิ์ เครือเทพ. (2550). เครือข่าย : นวัตกรรมการทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น : บทวิเคราะห์ว่าด้วยการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในแนวระนาบเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงานและความรับผิดชอบสาธารณะ. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.

สถาบันพระปกเกล้า. (2555). ไขรหัสลับท้องถิ่นสไตล์ Out of the Box. กรุงเทพฯ: วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า.

สุนทรชัย ชอบยศ. (2563). การบริหารจัดการเครือข่ายภาคสาธารณะ Public Governance. พิมพ์ครั้งที่ 2. ขอนแก่น: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

สุนทรชัย ชอบยศ. (2562ก). ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นที่เข้มแข็งและยั่งยืน. วารสารสถาบันพระปกเกล้า, 17(2), 115-138.

สุนทรชัย ชอบยศ. (2562ข). สินไซธิปไตย. มหาสารคาม: ศูนย์ญาครูขี้หอมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น.

สุนทรชัย ชอบยศ และคณะ. (2562ก). กลอนลำและประวัติศาสตร์หมอลำสินไซบ้านห้วยหว้า ตำบลโนนฆ้อง อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น. มหาสารคาม: อภิชาตการพิมพ์.

สุนทรชัย ชอบยศ และคณะ. (2562ข). คู่มือแนวทางการสร้างความร่วมมือในการส่งเสริมกิจกรรมผู้สูงอายุเพื่อการอนุรักษ์และประยุกต์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น. มหาสารคาม: วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

สุนทรชัย ชอบยศ และคณะ. (2562ค). แนวทางการสร้างความร่วมมือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการส่งเสริมกิจกรรมผู้สูงอายุในการอนุรักษ์และประยุกต์ใช้มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น : กรณีศึกษาการอนุรักษ์หมอลำสินไซ ตำบลโนนฆ้อง อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น. มหาสารคาม: รายงานวิจัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.

เสรี พงศ์พิศ. (2548). เครือข่ายยุทธวิธีเพื่อประชาคมเข้มแข็ง ชุมชนเข้มแข็ง. กรุงเทพฯ: เจริญวิทย์การพิมพ์.

เสรี พงศ์พิศ. (2551). แนวคิด แนวปฏิบัติ ยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่น. กรุงเทพฯ: เจริญวิทย์การพิมพ์สนธยา.

เอนก เหล่าธรรมทัศน์. (2552). แปรถิ่นเปลี่ยนฐาน: สร้างการปกครองท้องถิ่นให้เป็นฐานของประชาธิปไตย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

Goldsmith, Stephen & Eggers, William D. (2004). Governing by Network: The New Shape of the Public Sector. Washington, D.C.: Brookings Institution Press.

Rhodes. (1996). The New Governance: Governing without Government. Political Study, XLIV.

Rhodes. (2000). Governance and Public Administration. In J. Pierre (Ed.), Dedating Governance: Authority,Steering, and Democracy. New York, NY: Oxford University Press.