กระบวนการจัดการเรียนรู้ประชาธิปไตยให้แก่เยาวชนผ่านเพลงฉ่อย

Main Article Content

ณัฐกิตติ์ เขียวทอง

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อศึกษาและวิเคราะห์สภาพปัจจุบันของกระบวนการจัดการเรียนรู้ เรื่องประชาธิปไตย และ 2) เพื่อสร้างกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์โดยบูรณาการการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมเพลงพื้นบ้าน (เพลงฉ่อย) ในเรื่องประชาธิปไตย เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยแบ่งการศึกษาข้อมูลเป็น 2 ระยะดังนี้ ระยะที่ 1 ศึกษาและวิเคราะห์สภาพปัจจุบันของกระบวนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง ประชาธิปไตย กลุ่มผู้ให้ข้อมูล คือ 1) ครูผู้สอนสังคมศึกษา 2) นักเรียนมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3 และระยะที่ 2 การ สร้างและทดลองใช้กระบวนการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลคือ 1) ครูผู้สอนเพลงพื้นบ้านใน สถานศึกษา 2) ศิลปินเพลงพื้นบ้าน 3) ผู้เชี่ยวชาญด้านเพลงพื้นบ้าน 4) ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตรและการสอนสังคมศึกษา 5) ผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชารัฐศาสตร์ 6) นักจัดกิจกรรมทางการเมือง ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์และสังเกต ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลแบบสามเส้า และนำข้อมูลที่ได้มาทำการวิเคราะห์แบบสร้างข้อสรุป โดยนำกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่สร้างขึ้นไปทดลองใช้กับกลุ่มเป้าหมายคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาลวัดไทยชุมพล (ดำรงประชาสรรค์) จำนวน 42 คน และเก็บข้อมูลหลังการทดลองใช้ด้วยการประเมินผลการเรียนรู้เรื่องประชาธิปไตย


เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 1) แนวคำถามในการสัมภาษณ์เชิงลึกและสนทนากลุ่ม 2) แบบสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม 3) แบบสังเกตแบบมีส่วนร่วม 4) ร่างกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ 5) แผนการจัดการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ 6) แบบประเมินผลการเรียนรู้เรื่องประชาธิปไตย


ผลการวิจัยพบว่า


  1. ผลการศึกษาและวิเคราะห์สภาพปัจจุบันของกระบวนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง ประชาธิปไตย พบว่า มีประเด็นที่เป็นปัญหาสำคัญที่ควรได้รับการแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น ดังนี้ 1) ครูเน้นสอนแบบบรรยายและเป็นผู้ชี้นำในการสอน 2) ผู้เรียนเป็นผู้ตามเสมอไม่ได้แสดงความคิดเห็น 3) เนื้อหามากและไม่จำเป็น 4) ขาดการจัด กิจกรรมที่ผู้เรียนมีส่วนร่วม 5) สื่อการเรียนรู้ที่ไม่หลากหลายเน้นใบงานเป็นหลัก

  2. ผลการสร้างและทดลองใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์โดยบูรณาการการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมเพลงพื้นบ้าน (เพลงฉ่อย) ในเรื่อง ประชาธิปไตย พบว่า จากสภาพปัญหาปัจจุบันของการสอน เรื่องประชาธิปไตยและข้อเสนอแนะจากการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องนำมาสร้างเป็นร่างกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ และนำไปทดลองใช้กับกลุ่มเป้าหมาย พบว่า ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถ ดังนี้ 1)  ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการทำงานและแสดงความคิดเห็น 2) ผู้เรียนรู้และเข้าใจความหมายของหลักการประชาธิปไตยขั้นพื้นฐาน 3) ผู้เรียนสามารถสร้างชิ้นงานในการนำเสนอโดยใช้ความรู้เรื่องประชาธิปไตยผ่าน เพลงฉ่อยได้อย่างเป็นรูปธรรมและสร้างสรรค์ 4) ผู้เรียนมีความสนใจในการเรียนเรื่องประชาธิปไตยเพิ่มมากขึ้น

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เขียวทอง ณ. (2021). กระบวนการจัดการเรียนรู้ประชาธิปไตยให้แก่เยาวชนผ่านเพลงฉ่อย. วารสารสถาบันพระปกเกล้า, 19(3), 48–76. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/kpi_journal/article/view/251162
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ภาษาไทย
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ :ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กรมวิชาการ. (2534). ความคิดสร้างสรรค์หลักการทฤษฎี การเรียนการสอน การวัดผลประเมินผล. กรุงเทพฯ : กรมวิชาการ.
_________. (2539). การประเมินผลจากสภาพจริง (Authentic assessment). กรุงเทพฯ : กรมวิชาการกระทรวงศึกษาธิการ.
________. (2544). หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.
________. (2545). หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.
ชรินทร์ มั่งคั่ง. (2561). องค์ความรู้และการสอนสังคมศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ดรุณี จำปาทอง. (2560, ก.ค.-ธ.ค.). สภาพการจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในระดับการศึกษาภาคบังคับ. วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 10(2), 121.
ทิศนา แขมมณี. (2562). ศาสตร์การสอน : องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 23. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
__________. (2560). รูปแบบการเรียนการสอน : ทางเลือกที่หลากหลาย. พิมพ์ครั้งที่ 9. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
__________. (2560). 14 วิธีสอนสำหรับครูมืออาชีพ. พิมพ์ครั้งที่ 13. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ประจักษ์ ปฏิทัศน์. (2562). การคิดเชิงระบบและความคิดสร้างสรรค์. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปิยะศักดิ์ สินทรัพย์. (2530). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความสนใจในวิชาภาษาไทย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 ที่เรียนด้วยการใช้เกมและเพลงประกอบการสอน. (ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต กศ.ม.(การสอนมัธยม)) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, สาขาวิชาการมัธยมศึกษา. กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย.
พิทยา โพธิ์ทอง. (2549). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจทางการเรียน เรื่องมาสร้างโลกสีเขียวกันเถอะ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนโดยการใช้เกมและเพลงประกอบการสอน. (สารนิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต (กศ.ม.)) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, สาขาวิชาการมัธยมศึกษา (การสอนสิ่งแวดล้อม). กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย.
ไพฑูรย์ สินลารัตน์. (2560). การศึกษาไทย 4.0 : ปรัชญาการศึกษาเชิงสร้างสรรค์และผลิตภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ราชบัณฑิตยสถาน. (2529). พจนานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช 2525. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์.
รณชัย โตสมภาค. (2560). ประชาธิปไตย. สืบค้น จาก http://www.kpi.ac.th/
วิริยะ ฤๅชัยพาณิชย์ และวรวรรณ นิมิตพงษ์กุล. (2562). สอนสร้างสรรค์ เรียนสนุกยุค 4.0+. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยูเคชั่น.
ศรีบังอร จุ้ยศิริ. (2550). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสนใจในวิชา ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนวรรณคดีไทยโดยใช้เพลง ประกอบการสอนกับการสอนแบบปกติ. (สารนิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิตสารนิพนธ์ (กศ.ม.)) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, สาขาวิชาการมัธยมศึกษาบัณฑิตวิทยาลัย. กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย.
ศรีอัมพร ประทุมนันท์. (2549). เพลงพื้นบ้านกับการสอนภาษาไทย. กรุงเทพฯ : ศรีเมืองการพิมพ์.
สังเวียน สฤษดิกุล. (2525). พฤติกรรมการสอนภาษาอังกฤษ 2. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
สิริพัชร์ เจษฎาวิโรจน์. (2546). การจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ. กรุงเทพฯ : บุ๊ค พอยท์.
________________. (2550). การสอนระดับประถมศึกษา 2. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง
สิริวรรณ ศรีพหล. (2560). การพัฒนาชุดฝึกอบรมทางไกลสำหรับครูสังคมศึกษา เรื่อง การพัฒนาการเรียนรู้มโนมติในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม. วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 10 (1), 75.
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2559). คู่มือบริหารจัดการเวลาเรียนตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”. พิมพ์ครั้งที่1. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
เอนก นาวิกมูล. (2528). สารานุกรมเพลงพื้นบ้านภาคกลาง. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์พิฆเนศ
____________. (2550). เพลงนอกศตวรรษ. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ : มติชน.
____________. (2550). เพลงพื้นบ้าน. กรุงเทพฯ : สำนักอุทยานการเรียนรู้.

ภาษาอังกฤษ
Anderson, Lorin W., David R. Krathwohl, et. al. (2001). A Taxonomy for Learning, Teaching, andAssessing : A Revision of Bloom’s Taxonomy of Educational Objectives. Abridged ed. New York : Longman.
Bloom, B. (1994). Reflection on the Development and Use of the Taxonomy. In Anderson, L. Sosniak, L (Eds.) Bloom’s Taxonomy : A Forty-Year Retrospective. Chicago : The National Society for the Study of Education
Bloom, B.S. (1965). Taxonomy of educational objective. Handbook II : Affective domain. New York : Mackay
Krathowhl, D. R. (2002). A Revision of Bloom’s Taxonomy : An Overview. Theory into Practice, 41(4) : pp.212-218