ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมและยุทธศาสตร์การสื่อสาร ของภาคประชาสังคมในเชียงใหม่
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้ นำเสนอการเคลื่อนไหวทางสังคมของภาคประชาสังคมในเชียงใหม่ ที่มีการใช้กลยุทธ์การสื่อสารและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมล้านนา กรณีศึกษาที่ใช้ในการวิเคราะห์ คือ “เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่า
ดอยสุเทพ” (We love Doi Suthep) ที่เป็นการเคลื่อนไหวล่าสุด ด้วยการใช้แนวคิด งานวิจัยและวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวทางสังคม ภาคประชาสังคม และองค์กรพัฒนาเอกชน เพื่อวิเคราะห์และอธิบายถึงปรากฏการณ์ดังกล่าว โดยพบว่า ภาคประชาสังคมในเชียงใหม่มักมีแกนนำที่เกี่ยวข้องกับองค์กรพัฒนาเอกชน ประเด็นการเคลื่อนไหวมักเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม มีเครือข่ายขนาดใหญ่ที่ทำงานร่วมกันมานานทั้งกลุ่มประชาชน ภาคธุรกิจเอกชน สถาบันการศึกษา องค์กรพัฒนาเอกชน และสื่อมวลชน อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวล่าสุด พบว่า การใช้สื่อสังคมทำให้คนเข้าร่วมการเคลื่อนไหวมาก โดยเฉพาะชนชั้นกลาง ในขณะที่ชนชั้นรากหญ้าเข้าร่วมการเคลื่อนไหวน้อย และจำนวนผู้เข้าร่วมเริ่มลดน้อยลงไปตามเวลา ในขณะที่กลุ่มชนชั้นกลางมีส่วนร่วมผ่านสื่อสังคมมากที่สุด สำหรับอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมล้านนา ความเชื่อและศาสนาที่ใช้ในการสื่อสารผ่านสื่อและกิจกรรม พบว่า สามารถดึงดูดใจชนชั้นกลางวัยกลางคนให้เข้าร่วมมากที่สุด ในขณะที่คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะนักเรียนนักศึกษาเข้าร่วมน้อย เนื่องมาจากวิถีชีวิตที่มีความเป็นคนเมืองเพิ่มมากขึ้น และชนชั้นกลางบางส่วนย้ายมาจากพื้นที่อื่น ทำให้กลยุทธ์การสื่อสารอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมล้านนาเป็นเรื่องไกลตัว ด้วยเหตุนี้ การใช้สื่อสังคมและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมล้านนาเพื่อสื่อสารกับทุกกลุ่มไม่ส่งผลดีเสมอไป ภาคประชาสังคมอาจจะเพิ่มเติมเรื่องของข้อมูลข่าวสารด้านอื่นที่เหมาะสมกับข้อเรียกร้อง และควรให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การสื่อสารที่มีความเหมาะสมกับพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย ในการสร้างการมีส่วนร่วมให้ได้จำนวนมาก เพื่อนำมาสู่ความสำเร็จตามข้อเรียกร้องในที่สุด
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
@ 2020 King Prajadhipok's Institute The Government Complex Commemorating All Right Reserved.
เอกสารอ้างอิง
ภาษาไทย
กนกวรรณ แสนศรี. (2562). บทบาทและการเคลื่อนไหวภาคประชาสังคมในกระบวนนโยบาย กรณีศึกษา ป่าแหว่ง บริเวณเชิงดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่. (การค้นคว้าอิสระหลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, คณะรัฐศาสตร์, สาขาวิชาบริหารรัฐกิจและกิจการสาธารณะ สำหรับนักบริหาร. กรุงเทพมหานคร.
กานต์ชนก ประกาศวุฒิสาร. (2552). การเคลื่อนไหวของประชาสังคมในเมืองเชียงใหม่ ต่อประเด็นปัญหาที่เกิดจากความเป็นเมืองระหว่างปี พ.ศ.2540-พ.ศ.2551. (รัฐศาสตรมหาบัณฑิต) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, บัณฑิตวิทยาลัย, การเมืองและการปกครอง. เชียงใหม่.
จามะรี เชียงทอง. (2543). วิวัฒนาการของประชาสังคมในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย.
ธนาคารพัฒนาเอเชีย. (2554). ภาคประชาสังคมในประเทศไทยโดยสังเขป. สืบค้นจาก https://www.adb.org/sites/default/files/publication/29444/csb-tha-th.pdf
ธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ. แกนนำเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ. (2561, 22 ตุลาคม). สัมภาษณ์.
บัณรส บัวคลี่. แกนนำเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ. (2561, 12 พฤศจิกายน). สัมภาษณ์.
บีบีซี ไทย. (2561). ถอดบทเรียนบ้านป่าแหว่ง : ชัยชนะของกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไทย ?.
สืบค้นจาก https://www.bbc.com/thai/thailand-44270029
ปทุมรัตน์ ต่อวงศ์. (2539). การจัดการกับความขัดแย้งของชุมชนชนบทเชียงใหม่. (ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, บัณฑิตวิทยาลัย, การศึกษานอกระบบ. เชียงใหม่.
ปัณณ์ อนันอภิบุตร และสุทธิ สุนทรานุรักษ์. (2558). การพัฒนาบทบาทภาคประชาสังคมเพื่อต่อต้านการทุจริตในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ. นนทบุรี: สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ.
ประสงค์ ชุ่มใจ. (2559). การเคลื่อนไหวของประชาชนในการต่อต้านการก่อสร้างอาคารสูงในเขตเทศบาลตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่. (รัฐศาสตรมหาบัณฑิต) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, บัณฑิตวิทยาลัย, การเมืองและการปกครอง. เชียงใหม่.
พิมพ์นิภา เต็งไตรรัตน์. (2547). บทบาทการมีส่วนร่วมของชนชั้นกลาง ในการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่. (ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, บัณฑิตวิทยาลัย, สาขาวิชาการจัดการมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม. เชียงใหม่.
มติชนออนไลน์. (2561). เชียงใหม่ยกระดับกรณีป่าแหว่ง-ผลักดันป่าชุมชน ให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมจัดการป่า. สืบค้นจาก https://www.matichon.co.th/newsmonitor/news_1102206
มัทนา โกสุมภ์. (2548). กระบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมของการเมืองภาคประชาชนในกรณีสวนสัตว์กลางคืนจังหวัดเชียงใหม่. (ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, บัณฑิตวิทยาลัย, การศึกษานอกระบบ. เชียงใหม่.
มุจลินท์ ชัยชมภู. (2550). การเคลื่อนไหวทางการเมืองของสมาพันธ์ครูเชียงใหม่ในเรื่องการถ่ายโอนการจัดการศึกษาสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในช่วงปี พ.ศ. 2543-2548. (รัฐศาสตรมหาบัณฑิต) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, บัณฑิตวิทยาลัย, การเมืองและการปกครอง. เชียงใหม่.
ลักขณา ศรีหงส์. ผู้ประสานงานเครือข่ายเขียว สวย หอม. (2561, 21 กันยายน). สัมภาษณ์.
เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์. (2564). ประชาสังคมในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น
ประมุขะชาสังคมในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข. สืบค้นจาก https://www.thaingo.org/content/detail/5537
วรรณธิดา วงศ์เรือน. (2555). การเคลื่อนไหวทางสังคมของชุมชนฝายพญาคำ : กรณีศึกษากลุ่มชาวบ้านช่างเคิ่ง ตำบลสารภี อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่. (รัฐศาสตรมหาบัณฑิต) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, บัณฑิตวิทยาลัย, การเมืองและการปกครอง. เชียงใหม่.
สถาบันพัฒนาประชาสังคม. (2559). แนวคิดเรื่องประชาสังคม. สืบค้นจาก https://bit.ly/3opk7ub
สามารถ สุวรรณรัตน์. (2558). อนาคตของเมืองเชียงใหม่ขับเคลื่อนโดยภาคประชาสังคม. (รายงานผลการวิจัย). สืบค้นจาก https://www.slideshare.net/FURD_RSU/ss-53543202
สุธิดา พัฒนศรีวิเชียร. (2563). กระบวนการสื่อสารเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการต่อต้านการทุจริตของประชาชนในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ (รายงานผลการวิจัย).กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
สุรดา จุนทะสุตธนกุล. (2557). ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมข้ามชาติ: ตัวแสดงที่มีผลกระทบต่อนโยบายต่างประเทศในปัจจุบัน. วารสารสังคมศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 44(2), 167-183.
หฤษฎ์ ขาวสุทธ์. แกนนำเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ. (2561, 8 ตุลาคม). สัมภาษณ์.
อภิรัตน์ หงสยาภรณ์. (2558). กระบวนการก่อตัวและพัฒนาการของสมัชชาปกป้องประชาธิปไตยล้านนา จังหวัดเชียงใหม่. (ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต) มหาวิทยาลัยรามคำแหง, คณะรัฐศาสตร์, การเมือง. กรุงเทพมหานคร.
อรรถพล วงศ์ชัย. (2553). การเคลื่อนไหวทางสังคมกลุ่มเครือข่ายสุราพื้นบ้าน : กรณีเครือข่ายสุราพื้นบ้านกิ่งอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอสอง จังหวัดแพร่. (ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, บัณฑิตวิทยาลัย, การพัฒนาสังคม. เชียงใหม่.
อัญชลี หาญฤทธิ์. (2547). กระบวนการจัดการป่าชุมชนโดยเครือข่ายป่าชุมชนลุ่มน้ำปงในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่. (ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,
บัณฑิตวิทยาลัย, การจัดการมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม. เชียงใหม่.
อารยา ฟ้ารุ่งสาง. (2562). การเคลื่อนไหวทางสังคมภายใต้รัฐบาลชุดคสช. : ศึกษากรณีเครือข่าย
ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่. วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 15(2), 67-84.
โอฬาร อ่องฬะ. (2559). การเคลื่อนไหวภาคประชาชนในการปฏิรูปการจัดการฐานทรัพยากรในพื้นที่ตำบลทาเหนือ อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่. (รัฐศาสตรมหาบัณฑิต) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, บัณฑิตวิทยาลัย, การเมืองและการปกครอง. เชียงใหม่.
ภาษาอังกฤษ
Jezard, A. (2018). Who and What is 'Civil Society?'. Retrieved from https://www.weforum.org/agenda/2018/04/what-is-civil-society/
Karns, M. P. (2020). Nongovernmental Organization: Encyclopedia Britannica. Retrieved from https://www.britannica.com/topic/nongovernmental-organization
Kenny, M. (2016). Civil society. Encyclopedia Britannica. Retrieved from https://www.britannica.com/topic/civil-society
Meyer, D.S. & Staggenborg., S. (2007, August 9-10). Thinking About Strategy. Prepared for delivery at American Sociological Association, Collective Behavior/Social Movement Section’s Workshop, “Movement Cultures, Strategies, and Outcomes,”. Hofstra University, Hempstead, New York.
Swidler, A. (1995). Cultural Power and Social Movements. In H. Johnston & B. Klandermans (Eds.), Social Movements and Culture (pp. 25–40). Minneapolis: University of Minnesota Press. Retrieved from http://www.jstor.org/stable/
5749/j.ctttt0p8.5
The World Bank. (2007). Civil Society and Peace building Potential, Limitations and Critical Factors. Retrieved from https://documents1.worldbank.org/curated/
en/875891468136195722/pdf/364450SR0REPLA1nd1Peacebuilding1web.pdf
Turner, R. H., Smelser, Neil J. & Killian, Lewis M. (2020). Social Movement. Encyclopedia Britannica. https://www.britannica.com/topic/social-movement
Zald, M. N. (2008). Culture Ideology and Strategic Framing. In McAdam, D., John McCarthy, D.J., & Zald, M. N. (Eds), Comparative Perspectives on Social Movements: Political Opportunities, Mobilizing Structures, and Cultural Framings (pp. 261-274). The United States: Cambridge University Press.