สร้างชุมชนเข้มแข็งและกลไก “พื้นที่กลาง” ระดับจังหวัด : จุดคานงัดประเทศไทย

Main Article Content

บรรเจิด สิงคะเนติ

บทคัดย่อ

“พื้นที่กลาง” หรือ “พื้นที่สาธารณะ” เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้บุคคลในสังคมได้แสดงตัวในฐานะ “พลเมือง” รวมทั้งภาคประชาสังคม รวมตัวกันแก้ปัญหาทั้งในระดับชุมชนและระดับจังหวัด โดยร่วมมือกับภาครัฐที่จะจัดการตนเองของชุมชน ท้องถิ่น จังหวัด ให้ประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ เพื่อเป็นช่องทางเข้าไปร่วมกับชีวิตสาธารณะของสังคมและนำไปสู่การมีข้อเรียกร้องต่อรัฐ  ชุมชน องค์กรชุมชนและภาคประชาสังคมที่ประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาได้ร่วมกันสร้าง “พื้นที่กลาง” ขึ้นมา เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้านการจัดการทรัพยากร และความเหลื่อมล้ำในการพัฒนา  หรือประเด็นปัญหาในทางพื้นที่ต่างๆ ดังนั้น “พื้นที่กลาง” จึงเป็นเครื่องมือและกลไกที่สำคัญ การจัดการตนเองของชุมชนเข้มแข็งที่ประสบความสำเร็จในพื้นที่ต่างๆ อาจแบ่งได้ 2 ขอบเขต คือ ก. ชุมชนเข้มแข็งที่จัดการตนเองในประเด็นต่างๆ และ ข. ชุมชนเข้มแข็งที่บูรณาการในระดับจังหวัด


การสร้างชุมชนเข้มแข็งและการสร้าง “พื้นที่กลาง” ในระดับจังหวัดจะมีบทบาทสำคัญที่จะนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำทางโครงสร้างของสังคมไทย โดยเฉพาะการลดความเหลื่อมล้ำระหว่างราชการส่วนกลาง ภูมิภาค ท้องถิ่น และชุมชน ดังนั้น การปรับความสัมพันธ์ทางอำนาจที่สำคัญที่สุดคือ การอาศัยประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือมาเป็นเครื่องมือเพื่อการมีส่วนร่วมของชุมชนและให้ชุมชนมีบทบาทในการกำหนดทิศทางการพัฒนาของตนเองได้  โดยมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งรีบผลักดันให้มีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็ง พ.ศ. .... เพื่อชุมชนและจังหวัดต่างๆ จะใช้เป็นเครื่องมือหรือแนวทางในการผลักดันให้เกิด “พื้นที่กลาง” ในแต่ละพื้นที่ต่อไป

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
สิงคะเนติ บ. (2024). สร้างชุมชนเข้มแข็งและกลไก “พื้นที่กลาง” ระดับจังหวัด : จุดคานงัดประเทศไทย. วารสารสถาบันพระปกเกล้า, 22(2), 29–51. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/kpi_journal/article/view/269339
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

ภาษาไทย

โกวิทย์ พวงงาม. (2562). การจัดการตนเองของชุมชนและท้องถิ่น. (พิมพ์ครั้งที่ 2). นนทบุรี: ธรรมสาร.

คณะกรรมการปฏิรูป. (2554). แนวทางการปฏิรูปประเทศไทย ข้อเสนอต่อพรรคการเมืองและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง. กรุงเทพฯ: สำนักงานปฏิรูป.

คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ. (ม.ป.ป.). ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.

บรรเจิด สิงคะเนติ. (2565). นวัตกรรมชุมชนเข้มแข็ง รากฐานประชาธิปไตยอัตลักษณ์ไทย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์เดือนตุลาคม.

บรรเจิด สิงคะเนติ และคณะ. (2562). บทบาทและอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในทศวรรษหน้ากับความเปลี่ยนแปลงของสังคม เศรษฐกิจและการเมือง (รายงานวิจัย). กรุงเทพฯ: สำนักงาคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.).

ประภาส ปิ่นตบแต่ง และคณะ. (2565). การพัฒนาชุมชนเข้มแข็ง พึ่งพาตนเองและเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงโดยอาศัยการดำเนินงานอย่างบูรณาการ. กรุงเทพฯ: สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน).

พรอัมรินทร์ พรหมเกิด. (2566). สังคมวิทยาการเมือง. (พิมพ์ครั้งที่ 3). ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

ไมตรี จงไกรจักร และปัณฑิตา จันทร์อร่าม (บ.ก.). (2561). พังงาแห่งความสุข...สุขที่คุณสัมผัส. นนทบุรี: โครงการผู้นำแห่งอนาคต คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.).

สถาบันอาศรมศิลป์. (ม.ป.ป.). ผังยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดพังงา กระบวนการร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาสู่พังงาแห่งความสุข. ม.ป.พ.

อมร จันทรสมบูรณ์. (2515). การบัญญัติรัฐธรรมนูญเพื่อความมั่นคงแห่งชาติ (เอกสารวิจัยส่วนบุคคล). กรุงเทพฯ: วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร.

อมร จันทรสมบูรณ์. (2563). ความล้มเหลวในการปฏิรูปฯ การปฏิรูปการเมือง (ของคนไทย) ครั้งที่ 3 จะสำเร็จหรือล้มเหลว (?). ใน บรรเจิด สิงคะเนติ และคณะ, 90 ปี ศ.ดร.อมร 88 ปี ประชาธิปไตย สังคมไทยยังหลงทางอยู่หรือ ? รัฐธรรมนูญนิยม (Constitutionalism) ตามแนวคิด ศาสตราจารย์ ดร.อมร จันทรสมบูรณ์ (น. 96 - 98). กรุงเทพฯ: บริษัท จรัลสนิทวงศ์การพิมพ์.

ภาษาต่างประเทศ

Cohen, Joshua. (1997). Deliberative and Democratic Legitimacy. In: James Bohman and William Rehg (Editors), Deliberative Democracy: Essays on Reason and Politics (pp. 67-92). Cambridge The MIT Press.

Gerhard, Juergen & Neidhardt, Friedhelm. (1990). Strukturen und Funktionen Moderner Oeffentlichkeit: Fragestellungen und Ansaetze (No. FS III 90-101). n.p.: WZB Discussion Paper. Retrieved from https://www.econstor.eu/ bitstream/10419/49817/1/117947946.pdf