การส่งเสริมทักษะการปฏิบัติดนตรีไทยและทักษะทางพฤติกรรมของนักเรียน โดยใช้โปรแกรมการฝึกดนตรีไทยตามแนวคิดของการประเมิน แบบเสริมพลังอำนาจ

Main Article Content

อนุวิทย์ เทียมกระโทก
ธัญญรัศม์ ชิดไธสง

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาโปรแกรมการฝึกดนตรีไทยตามแนวคิดของการประเมินแบบเสริมพลังอำนาจ 2) เพื่อศึกษาทักษะการปฏิบัติดนตรีไทยของนักเรียนที่ได้รับการฝึกโดยใช้โปรแกรมการฝึกดนตรีไทยตามแนวคิดของการประเมินแบบเสริมพลังอำนาจ3) เพื่อศึกษาทักษะทางพฤติกรรมของนักเรียนก่อนและหลังการฝึกโดยใช้โปรแกรมการฝึกดนตรีไทยตามแนวคิดของการประเมินแบบเสริมพลังอำนาจ ผลการวิจัยพบว่า 1. การพัฒนาโปรแกรมการฝึกดนตรีไทยตามแนวคิดของการประเมินแบบเสริมพลังอำนาจ มี 6 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) แนวคิดหลักของโปรแกรม 2) หลักการพื้นฐานของโปรแกรม 3) วัตถุประสงค์ของโปรแกรม 4) บทบาทของครูในการดำเนินกิจกรรม 5) เนื้อหากิจกรรมโปรแกรมการฝึกดนตรีไทย และ 6) กระบวนการจัดกิจกรรมของโปรแกรมการฝึกดนตรีไทยผลการประเมินคุณภาพโปรแกรมการฝึกดนตรีไทยตามแนวคิดของการประเมินแบบเสริมพลังอำนาจ อยู่ระดับมาก ( = 4.21, S.D. = 0.73) และเมื่อพิจารณารายด้านพบว่า คุณภาพของโปรแกรมฯ มีมาตรฐานด้านการใช้ประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.52, S.D. = 0.65) รองลงมามีมาตรฐานด้านมาตรฐานความถูกต้อง (= 4.50, S.D. = 0.69) ความเหมาะสมและความเป็นไปได้ ตามลำดับ (= 4.36 และ 3.47, S.D. =  0.64 และ 0.52)  2.  ทักษะการปฏิบัติดนตรีไทยของนักเรียนที่ได้รับการฝึกโดยใช้โปรแกรมการฝึกดนตรีไทยตามแนวคิดของการประเมินแบบเสริมพลังอำนาจ พบว่ามีคะแนนเฉลี่ยรวม  เท่ากับ 91.60 จากคะแนนเต็ม 162 คะแนน หรือคิดเป็นร้อยละ 81.79 และเมื่อพิจารณาเป็นรายบุคคล พบว่า นักเรียนที่ได้คะแนนเฉลี่ยสูงสุดคือ นักเรียนคนที่ 2 ได้คะแนน 105 คะแนนหรือคิดเป็นร้อยละ 93.75 นักเรียนที่ได้คะแนนเฉลี่ยต่ำสุด คือ นักเรียนคนที่ 10 ได้คะแนน 75 คะแนนหรือคิดเป็นร้อยละ 66.96 เมื่อพิจารณาเป็นรายกิจกรรมพบว่า กิจกรรมที่นักเรียนได้คะแนนเฉลี่ยสูงสุดคือ กิจกรรมที่ 3 ฝึกไล่มือ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 18.50 3. ทักษะพฤติกรรมของนักเรียนก่อนและหลังการฝึกโดยใช้โปรแกรมการฝึกดนตรีไทยตามแนวคิดของการประเมินแบบเสริมพลังอำนาจ พบว่า ทักษะพฤติกรรมก่อนฝึก อยู่ระดับมาก (= 4.16, D. = 0.72) หลังฝึกอยู่ระดับมากที่สุด (= 4.51, S.D. = 0.60)

Article Details

ประเภทบทความ
Research Articles

เอกสารอ้างอิง

ณรุทธ์ สุทธจิตต์. (2555). ดนตรีศึกษา : หลักการและสาระสำคัญ. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ทิศนา แขมมณี .(2557). ศาสตร์การสอน : องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มี ประสิทธิภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 18). กรุงเทพ : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

นัทธี เชียงชะนา. (2550). การสังเคราะห์งานวิจัยทางดนตรีศึกษา : การวิเคราะห์อภิมานและการ วิเคราะห์เนื้อหา. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

มณีรัตนนา โนนหัวรอ. (2557). การพัฒนารูปแบบการประเมินเสริมพลังอำนาจเพื่อเพิ่มสมรรถนะด้านการวัดและประเมินผลการศึกษาของครูประจําการ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปราจีนบุรี เขต 2. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

รณชัย บุญลือ. (2557). การสร้างแบบประเมินทักษะพื้นฐานการบรรเลงฆ้องวงใหญ่. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

ศศิธร เห็นงามและจงรักษ์ หงส์งาม. (2557). ทักษะพฤติกรรมมีความสัมพันธ์ต่อแรงงานในเชิงบวก. ขอนแก่น : มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2551). แนวทางการบริหารจัดการหลักสูตร. ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตร แห่งประเทศไทย.

สุปัญญา ปักสังคะเณย์. (2564). แนวทางพัฒนาการบริหารกิจการนักเรียนของโรงเรียนประจำตามแนวคิดทักษะทางพฤติกรรม. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Myint Swe Khine and Shajan Areepattamanni. (2016). Non-cognitive Skills and Factors in Educational Attainment. New York: Bantam