การประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกประเภทบายศรีจากลอตเตอรี่

Main Article Content

กาญจนา เฟื่องศรี
ชลธิชา ศิริประยงค์
นภสวรรณ แก้วยาสี
รุ่งฤดี ยุทธศาสตร์
ธัญญาภรณ์ บุญยืน

บทคัดย่อ

การศึกษาวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพทั่วไปและความต้องการของผู้บริโภคที่มีต่อปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกประเภทบายศรี 2) ประดิษฐ์ต้นแบบผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกประเภทบายศรีจากลอตเตอรี่ และ 3) กำหนดแนวทางการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกประเภทบายศรีจากลอตเตอรี่ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คนและนักท่องเที่ยว จำนวน 400 คน โดยใช้แบบสัมภาษณ์และแบบสอบถาม เป็นเครื่องมือในการวิจัย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพทั่วไปของผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกประเภทบายศรีด้วยบายศรีเป็นศิลปะประดิษฐ์ชั้นสูงของไทย ที่ถ่ายทอดให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนและสง่างาม ตั้งแต่กระบวนการทำจนปรากฎเป็นชิ้นงานที่สมบูรณ์ จึงต้องอาศัยประสบการณ์และทักษะขั้นสูงในการประดิษฐ์ ส่วนความต้องการของนักท่องเที่ยวที่มีต่องานประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกประเภทบายศรี อยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน โดยเรียงค่าเฉลี่ยสูงสุดไปต่ำสุด พบว่า ด้านผลิตภัณฑ์ (equation = 4.85, S.D. = 0.30) ด้านราคา (equation = 4.80, S.D. = 0.54) ด้านการส่งเสริมการตลาด (equation = 4.65, S.D. = 0.59) และด้านช่องทางการจัดจำหน่าย (equation = 4.54, S.D. = 0.62) 2) งานประดิษฐ์ต้นแบบผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกประเภทบายศรีจากลอตเตอรี่ พบว่า ผู้ทรงคุณวุฒิเลือกรูปแบบที่ 5 เนื่องจากมีความสวยงาม ด้านรูปทรง องค์ประกอบทางศิลปะ และ 3) แนวทางการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ผู้ประกอบการควรพัฒนาให้มีความวิจิตร ประณีต คุณภาพดี และมีเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่น

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เฟื่องศรี ก., ศิริประยงค์ ช., แก้วยาสี น., ยุทธศาสตร์ ร., & บุญยืน ธ. (2026). การประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกประเภทบายศรีจากลอตเตอรี่. วารสารการอาชีวศึกษาภาคกลาง, 10(1), 74–81. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/IVECJournal/article/view/283466
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ฐิญาภา เสถียรคมสรไกร และพิมพ์สิรี สุวรรณ. (2566, กุมภาพันธ์). การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกทางการท่องเที่ยวด้วยนวัตกรรมเพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ทรัพยากรท้องถิ่น. Journal of Roi Kaensarn Academi, 8, (2), หน้า 411-432.

ณัฐพล ตันติวงศ์ตระกูล. (2554). พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกสถานที่ท่องเที่ยวอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย. การค้นคว้าอิสระ ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.

ทัศนา หงษ์มา. (2553). ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้า OTOP ที่ผลิตโดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี. นนทบุรี: วิทยาลัยราชพฤกษ์.

ปานลดา อินทร์ไชย. (2554). ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าของที่ระลึกในการเชียร์ฟุตบอลของผู้ชมฟุตบอลในจังหวัดเชียงใหม่. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

พิษณุ แก้วนัยจิตร. (2547). การพัฒนายุทธศาสตร์ด้านการตลาดของกลุ่มผู้ผลิตสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ในจังหวัดพิษณุโลก: กรณีศึกษากลุ่มแม่บ้านขวัญใจพัฒนา อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก. วิทยานิพนธ์ ปริญญา ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม.

ศิริวรรณ เสรีรัตน์. (2550). พฤติกรรมนักท่องเที่ยว. กรุงเทพฯ: วิสิทย์พัฒนา.

ศูนย์สารนิเทศอีสานสิรินธร สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. (2566). บายศรี: เครื่องใช้ในพิธีกรรมเพื่อความเป็นสิริมงคล. ค้นเมื่อ สิงหาคม 11, 2567, จาก https://isancenter.msu.ac.th/?p=1287

สานนท์ ด่านภักดี. (2565, พฤษภาคม-มิถุนายน). ประวัติ ประเพณี พิธีกรรมและความเชื่อ การถวายบายศรีเจ้าพ่อพญาแล. วิจัยวิชาการ, 5, (3), หน้า 75-82.

สุรเชษฐ์ คูหาเลิศ และอรอุษา สุวรรณประเทศ. (2566, กันยายน-ธันวาคม). การรักษาโรคด้วยพิธีกรรมการสู่ขวัญ: ความหมาย คุณค่า และตัวตนของคนไทยภาคเหนือและอีสาน. มนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 20, (3), หน้า 62-81.

อัษฎาวุฒิ ศรีทน และแก้วตา จันทรานุสรณ์. (2561, มกราคม-มิถุนายน). การศึกษาพิธีกรรมบายศรีสู่ขวัญในรูปแบบอนุรักษ์นิยม. ภูพานสาส์น, 1, (1), หน้า 1-27.

อิศราพร ใจกระจ่าง, สาวิตรี มุณีศรี, สุธิกาญจน์ แก้วคงบุญ, สุภาพร ไชยรัตน์, และ สุพัตรา คำแหง. (2559). แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ระลึกด้านศิลปวัฒนธรรมและประเพณีเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจชุมชนในเขตอำเภอเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราช. ใน การประชุมหาดใหญ่วิชาการระดับชาติและนานาชาติ ครั้งที่ 7 (23 มิถุนายน หน้า 583-596). สงขลา: มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.

Cochran, W.G. (1953). Sampling Techniques. New York: John Wiley & Sons.