การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ LIFPP โดยเน้นการใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ของนักเรียนระดับ ปวช.1 สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ

Main Article Content

กานต์สิรี อู่อรุณ

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยเน้นการใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ 2) ร่างรูปแบบการจัดการเรียนรู้ โดยเน้นการใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ 3) ตรวจสอบ และรับรองรูปแบบ การจัดการเรียนรู้ LIFPP โดยเน้นการใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ 4) ประเมินผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ LIFPP โดยเน้นการใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ และ 5) ศึกษาผลการนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้ LIFPP โดยเน้นการใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ไปใช้ กระบวนการวิจัย แบ่งออกเป็น 5 ขั้นตอน ได้แก่ (1) ศึกษารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยเน้นการใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ จากการศึกษาเอกสาร ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง การสัมภาษณ์ครูผู้สอนที่มีประสบการณ์ ตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป จำนวน 10 คนและการเก็บข้อมูลความคิดเห็นของนักเรียนจำนวน 39 คน (2) ออกแบบร่างรูปแบบการจัดการเรียนรู้ โดยเน้นการใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ โดยจัดสนทนากลุ่มรวบรวมข้อมูลในการกำหนดแนวทางการจัดทำรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยเน้นการใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ (3) ตรวจสอบและรับรองรูปแบบการจัดการเรียนรู้ LIFPP โดยเน้นการใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ โดยวิธีการอิงผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาและคอมพิวเตอร์จำนวน 5 ท่าน (4) การทดลองใช้รูปแบบเพื่อศึกษาประสิทธิภาพ ของรูปแบบ ฯ ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนความพึงพอใจของนักเรียน และ (5) นำรูปแบบการจัดการเรียนรู้ LIFPP โดยเน้นการใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ไปใช้


ผลการวิจัยพบว่า 1) รูปแบบ LIFPP ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 5 ด้าน ได้แก่ สภาพแวดล้อมการเรียนรู้(Learning Environment) การสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้(Impulse) การสนับสนุนการเรียนรู้ (Facilitator) การฝึกฝน(Practice) และความก้าวหน้าในการปฏิบัติงาน (Progress) 2) รูปแบบได้รับการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิว่ามีความถูกต้อง ความสอดคล้อง ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด 3) ประสิทธิภาพของรูปแบบสูงกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนด (80/80) โดยมีค่า E1/E2 เท่ากับ 86.08/81.26 4) นักเรียนกลุ่มทดลองมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และผลงาน ที่สะท้อนผลการเรียนรู้สูงกว่ากลุ่มควบคุม โดยมีค่าเฉลี่ยผลงานร้อยละ 80.04 สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 5) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ LIFPP อยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ย 4.64 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.52


นอกจากนี้ การนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ฯ ไปใช้ พบว่า 1) นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ 0.01 2) คะแนนเฉลี่ยของนักเรียนในงานสะท้อนผลการเรียนรู้สูงกว่า 70% 3) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ LIFPP โดยเน้นการใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนระดับ ปวช.1 สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
อู่อรุณ ก. (2026). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ LIFPP โดยเน้นการใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ของนักเรียนระดับ ปวช.1 สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ. วารสารการอาชีวศึกษาภาคกลาง, 10(1), 20–32. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/IVECJournal/article/view/296185
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2567). นโยบายการศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567-2568. ค้นเมื่อ พฤษภาคม 3, 2567, จาก https://moe360.blog/2023/12/06/p55122/

ทิศนา แขมมณี. (2557). ศาสตร์การสอน : องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภา (พิมพ์ครั้งที่ 18). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ธีรวุฒิ เอกะกุล. (2543). ระเบียบวิธีวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. อุบลราชธานี: สถาบันราชภัฏอุบลราชธานี.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

เผชิญ กิจระการ. (2545). การวิเคราะห์ประสิทธิภาพสื่อและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (E1/E2) การวัดผล. กาฬสินธุ์: ประสานการพิมพ์.

พิมพันธ์ เดชะคุปต์ และ พเยาว์ ยินดีสุข. (2557). การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

มินตรา กันคำ. (2559). การพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตาม รูปแบบการสอนแบบซิปปา ร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์ วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์. วิทยานิพนธ์ ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

ศวิมล จันทะบาล. (2561). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ด้านการฟังและด้านการพูดภาษาจีนโดยใช้สื่อเทคโนโลยีร่วมกับเทคนิคการเสริมแรง สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสตรและการสอน บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย.

Bruner, J. S (1977). The process of education. Cambridge: Harvard University.

Sameer Abuzandah. (2020). LEARNING BY DOING. ค้นเมื่อ มิถุนายน 12, 2567, จาก https://www.researchgate.net/publication/344576822_LEARNING_BY_DOING

Torrance, H., & Pryor, J. (1998). Investigating formative assessment: Teaching, learning,and assessment in the classroom. Philadelphia, PA: Open University Press.