การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การใช้โปรแกรม Paint เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2–3
Development of a Computer-Assisted Instruction Lesson on Using Paint Program to Enhance Learning Achievement of Prathom Suksa 2–3 Students
คำสำคัญ:
บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI), โปรแกรม Paint, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, ความพึงพอใจบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) เรื่องการใช้เครื่องมือโปรแกรม Paint สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการใช้เครื่องมือโปรแกรม Paint ก่อนและหลังเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนดังกล่าว โดยใช้วิธีการวิจัยแบบกึ่งทดลอง ชนิดแบบแผนกลุ่มเดียวทดสอบก่อนหลัง กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และ 3 โรงเรียนบ้านหนองหอย จำนวน 17 คน โดยใช้แบบแผนการวิจัยแบบกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลังเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพเท่ากับ 80.24/86.47 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และ 3) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนอยู่ในระดับมาก บทเรียนที่พัฒนาขึ้นจึงมีประสิทธิภาพในการส่งเสริมความรู้ ทักษะการใช้โปรแกรม Paint และความสนใจในการเรียนรู้ของนักเรียน โดยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้แบบเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญในบริบทอื่นได้อย่างเหมาะสม
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2562). หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2562). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
จิระพงศ์ ฉันทพจน์. (2565). การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนออนไลน์ รายวิชาวิทยาการคำนวณ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี. 15(1) : 11-25.
ดำรัส อ่อนเฉวียง, ดวงพร ธรรมะ และ ดารา ทองมนต์. (2561). การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนกลุ่ม สาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี เรื่อง เทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4.สืบค้นเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2568. จากhttp://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/7599
ภัสสร โชติสุกานณ์, อำนวย เดชชัยศรี และ ศักดิ์คเรศ ประกอบผล. (2559ก). การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องการใช้โปรแกรมวาดภาพ Paint Brush กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนซางตาครู้สศึกษา. วารสารจันทรเกษมสาร. 22(43) : 79–91.
_______. (2564ข). การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเพื่อพัฒนาทักษะการใช้ Paint Brush ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. วารสารการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงราย. 18(2) : 55–68.
มาเรียม นิลพันธุ์. (2553). การสร้างแบบสอบถามเพื่อการวิจัย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย.
An, Y. (2021). A history of instructional media, instructional design, and theories. International Journal of Technology in Education. 4(1) : 1-21.
Alessi, S. M., & Trollip, S. R. (2001). Multimedia for learning: Methods and development (3rd ed.). Boston. MA: Allyn & Bacon.
Chen, M., & Lee, H. (2019). Effects of computer-assisted instruction on primary students’ engagement and learning performance. Journal of Educational Technology & Society. 22(3) : 45–59.
Gagné, R. M. (1985). The conditions of learning and theory of instruction (4th ed.). Holt : Rinehart and Winston.
Mayer, R. E. (2009). Multimedia learning (2nd ed.). Cambridge : Cambridge University Press.
Mohammed, R., & Mohammad, Y. (2017). The use of Paint program with active learning approach in Malaysian primary schools. International Journal of Education and Development using Information and Communication Technology. 13(2) : 112–125.
Sreepradit, A., Kunghun, W., Kitcharoen, A., and Treeyung, P. (2019). A development of computer assisted instruction (CAI) on machine tool practice for first year student of Department of Teacher Training in Mechanical Engineering, Faculty of Technical Education, King Mongkut’s University of Technology North Bangkok. Journal of Humanities and Social Sciences Thonburi University. 14(2) : 66–75.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.