การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวรรณคดี เรื่องอิเหนา ตอนศึกกะหมังกุหนิง โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้านร่วมกับการเรียนรู้แบบภาระงานเป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายหลักสามประการ 1) เพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนและหลังเรียน 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/9 โรงเรียนเสลภูมิพิทยาคม จังหวัดร้อยเอ็ด ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 40 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้จำนวน 6 แผน รวม 12 ชั่วโมง แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อและแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนข้อมูลที่ได้ถูกนํามาวิเคราะห์โดยใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบค่าที (t– test Dependent Samples) ผลวิจัยปรากฏ ดังนี้ 1) ประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ (E1/E2) เท่ากับ 82.83/86.58 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ 80/80 2) การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คะแนนเฉลี่ยหลังเรียน (= 25.98) สูงกว่าก่อนเรียน (
= 13.15) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) ความพึงพอใจ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับ มากที่สุด สรุปได้ว่าการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวรรณคดี เรื่องอิเหนา ตอนศึกกะหมังกุหนิง โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้านร่วมกับการเรียนรู้แบบภาระงานเป็นฐาน สามารถ ยกระดับทั้งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะสำคัญของผู้เรียนได้อย่างรอบด้าน นักเรียนได้รับการฝึกการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหาการสื่อสารและการทำงานร่วมกันผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย นอกจากนี้ นักเรียนยังมีทัศนคติที่ดีและความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ในระดับสูงสุด ซึ่งสะท้อนว่ารูปแบบการสอนดังกล่าวถือเป็นแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมอย่างยิ่งต่อการพัฒนาผู้เรียนในศตวรรษที่ 20
Downloads
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2556). การทดสอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอน. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย, 5(1), 5-20.
ทรงศักดิ์ ภูสีอ่อน. (2561). การวิจัยและพัฒนาทางการศึกษา. ตักสิลาการพิมพ์.
นิภา กู้พงษ์ศักดิ์. (2560). ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยเพื่อการสร้างสรรค์และความพึงพอใจต่อวิธีการสอนแบบห้องเรียนกลับด้าน. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 11(1), 55–67.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). สุวีริยาสาส์น.
ประสิทธิ์ กาพย์กลอน, นิพนธ์ อินสิน และ อภิชาญ ปานเจริญ. (2544). วรรณคดีมรดก. โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
พรพิมล หงส์น้อย. (2559). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวรรณคดีไทยเรื่องมัทนะพาธาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E). วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปากร.
พัชรินทร์ สิทธิภูมิ, อภิรักษ์ อนะมาน และ สุวรรณี ยหะกร. (2564). ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้ห้องเรียนกลับด้านที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลักการใช้ภาษาไทยและคุณลักษณะใฝ่เรียนรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18. วารสารศึกษาศาสตร์ มสธ, 14(1), 153-167.
สุรพงษ์ กล่ำบุตร. (2564). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยเน้นภาระงานที่มีต่อความสามารถด้านการเขียนภาษาไทยเชิงสร้างสรรค์และความใฝ่เรียนรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิตไม่ได้ตีพิมพ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
อรรถพงษ์ ผิวเหลือง, บัญชา เกียรติจรุงพันธุ์ และ ณัฐกิตติ์ สิริวัฒนาทากุล. (2563). สภาพการจัดการเรียนรู้ของครูภาษาไทย: แนวทางในการแก้ปัญหา. วารสารศึกษาศาสตร์ มมร, 8(2), 195–211.
Bergmann, J. & Sams, A. (2012). Flip your classroom: Reach every student in every class every day. ISTE.
Ellis, R. (2003). Task-based Language Learning and Teaching. Oxford University Press.
Likert, R. (1932). A Technique for the Measurement of Attitudes. Archives of Psychology, 22(140), 1-55.
Willis, J. (1996). A Framework for task-based learning. Longman.