The Development of an Educational Management Model to Achieve a Zero Dropout Rate for Reducing Inequality and Promoting Equity Among Students in Small Border Schools in Mae Sai District, Chiang Rai Province.
Main Article Content
Abstract
This study aimed to develop an educational management model to achieve zero dropout rate for reducing inequality and creating equity for students in small border schools in Mae Sai, Chiang Rai Province. A three-phase mixed-methods approach was employed: Phase 1 examined educational management approaches for zero dropout rate through document synthesis forms and structured interviews with 7 experts, analyzed using content analysis; Phase 2 investigated actual and desired conditions of educational management for zero dropout rate among 10 participants including school administrators, acting administrators, and head teachers responsible for personnel administration in small schools in Mae Sai District, using questionnaires analyzed through means, standard deviations, priority need index (PNI), and content analysis; Phase 3 involved model development by the researcher and evaluation by 5 experts using accuracy and feasibility assessment forms, analyzed through means, standard deviations, and content analysis.
Results revealed that the educational management model for achieving zero dropout rate to reduce inequality and create equity for students in small border schools in Mae Sai, Chiang Rai Province comprised four components: 1) model principles, 2) model objectives, 3) model implementation procedures, and 4) model success factors. The model demonstrated quality at the highest level in terms of accuracy and feasibility.
Downloads
Article Details
References
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา. (2567). ข้อมูลความเหลื่อมล้ำ จ.เชียงราย พบติดอันดับ 3 มีเด็กยากจนมากที่สุดของภาคเหนือ รวมเด็กหลุดนอกระบบเกือบครึ่งแสน. https://www.eef.or.th/article-170624/
กานต์ชนก ทองมา และ พิกุล ภูมิโคกรักษ์. (2567). รูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อลดอัตราการออกกลางคันของนักเรียนโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2. วารสารพุทธศาสตร์ศึกษา, 15(1), 211-225
เกศรินทร์ วิริยานุภาพ. (2564). การลดอัตราการออกกลางคัน: วัตถุประสงค์และกลยุทธ์. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ขวัญจิรา จำปา. (2566). การพัฒนารูปแบบการบริหารโรงเรียนคุณภาพของชุมชน. วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 6(1), 430–447.
ธีระ รุญเจริญ. (2550). ความเป็นมืออาชีพในการจัดและบริหารการศึกษา ยุคปฏิรูปการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 2). แอล.ที.เพรส.
นงลักษณ์ วิรัชชัย และสุวิมล ว่องวานิช. (2541). การสังเคราะห์งานวิจัยทางการศึกษาด้วยการวิเคราะห์อภิมานและการวิเคราะห์เนื้อหา. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปุณณพัฒน์ ธนเดโชเดช. (2566). รูปแบบการบริหารโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษในเขตพื้นที่พิเศษบนภูเขา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา. วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย (สพบท.), 6(1), 317–332.
พัฒนรัตน์ มณฑลอนันต์ธร. (2562). การแก้ไขปัญหานักเรียนออกกลางคัน และเสี่ยงออกกลางคันในสถานศึกษา ของเครือข่ายการจัดการศึกษา สพป.จันทบุรี เขต 1 โดยใช้กระบวนการแบบมีส่วนร่วม. วารสารวิจัยการศึกษา, 5(2), 23–35.
มชัย จรรยาไพบูลย์. (2555). รูปแบบการพัฒนาการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 29. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.
สมาน อัศวภูมิ. (2557). รูปแบบการบูรณาการระบบการประกันคุณภาพภายในกับการบริหารสถานศึกษาสำหรับสถานศึกษาขั้นพื้นฐานขนาดกลาง. วิทยานิพนธ์ปริญญาเอก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3. (2567). แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2554). พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สำนักนายกรัฐมนตรี. (2567). คณะรัฐมนตรีรับทราบมาตรการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout).
สุวดี อุปปินใจ. (2566). รูปแบบการส่งเสริม กำกับ ติดตามให้มีการนำผลการประเมินไปสู่การปฏิบัติเพื่อยกระดับโรงเรียนคุณภาพขนาดเล็กที่สามารถดำรงอยู่ได้ด้วยตนเอง. สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน).
อดิศร เสมบุญ. (2561). ความเสมอภาคทางการศึกษาเพื่อลดความยากจนในประเทศไทย. วารสารวิชาการศึกษา, 7(1), 23–36.