การประเมินหลักสูตรโครงการจัดตั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน โดยการกำกับดูแล ของมหาวิทยาลัย (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2564) โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายมัธยมศึกษา (มอดินแดง) โดยใช้ซิปป์ไอโมเดล (CIPPI Model)
คำสำคัญ:
การประเมินหลักสูตร, โครงการ วมว., ซิปป์ไอโมเดลบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประเมินหลักสูตรโครงการสนับสนุนการจัดตั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน โดยการกำกับดูแลของมหาวิทยาลัย (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2564) โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายมัธยมศึกษา (มอดินแดง) และ 2) ศึกษาแนวทางการพัฒนาหลักสูตรโครงการสนับสนุนการจัดตั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน โดยการกำกับดูแลของมหาวิทยาลัย (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2564) โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายมัธยมศึกษา (มอดินแดง) ดำเนินการวิจัยแบบผสานวิธี โดยใช้การประเมินหลักสูตรแบบซิปป์ไอโมเดล กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียนโครงการ วมว.-มข. 73 คน ผู้ปกครอง 73 คน ผู้บริหารและอาจารย์ 26 คน รวมทั้งสิ้น 172 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม และแบบบันทึกข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการประเมินหลักสูตรตามความคิดเห็นของกลุ่มเป้าหมายในภาพรวมทั้ง 5 ด้าน อยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณารายกลุ่มผู้ประเมินพบว่า นักเรียนมีความคิดเห็นต่อด้านผลกระทบในระดับมากที่สุด (M=4.56; S.D.=0.76) ส่วนผู้ปกครองมีความคิดเห็นต่อด้านบริบท (M=4.79; S.D.=0.04) และด้านผลกระทบในระดับมากที่สุด (M=4.79; S.D.=0.03) ผู้บริหารและอาจารย์มีความคิดเห็นต่อด้านปัจจัยนำเข้าในระดับมากที่สุด (M=4.71; S.D.=0.47) และ 2) แนวทางการพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร ดังนี้ (1) ด้านบริบท ควรเรียงลำดับเนื้อหาในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และกลุ่มรายวิชาเพิ่มเติม 2 (AP) ให้สอดคล้องกับเนื้อหาของสถาบันส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) (2) ด้านปัจจัยนำเข้า อาจารย์ควรปรับปริมาณงานที่มอบหมายให้เหมาะสมกับช่วงเวลาเรียน และ (3) ด้านกระบวนการ ควรเพิ่มกิจกรรมเสริมหลักสูตร หรือรายวิชาที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนต่างห้องมากขึ้น และการวัดประเมินผลการเรียนรู้ ควรให้น้ำหนักความสำคัญกับจุดประสงค์หน่วยการเรียนรู้ที่เรียนมากขึ้น
เอกสารอ้างอิง
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561-2580, กรุงเทพฯ: สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
พร้อมพิไล บัวสุวรรณ (2567). ทักษะที่จำเป็นต่อชีวิต สำหรับผู้เรียนในโลกยุคใหม่: รวมพลังสร้างกรอบทักษะระบบนิเวศ การเรียนรู้ และแนวทางการขับเคลื่อน, กรุงเทพฯ: วิช.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579, กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.
กระทรวงศึกษาธิการ (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551, กรุงเทพฯ: ชุมชนเกษตรและสหกรณ์แห่งประเทศไทย.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ (2545). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545, กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.
วารีรัตน์ แก้วอุไร (2566). การพัฒนาหลักสูตรจากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ (พิมพ์ครั้งที่ 2), พิษณุโลก: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยนเรศวร.
Stufflebeam, D. L. (1971). The Relevance of the CIPP Evaluation Model for Educational Accountability. Journal of Research and Development in Education, vol. 5, February 1971, pp. 19–25.
Stufflebeam, D. L. and Shinkfield., A. J. (2007). Evaluation Theory Models and Applications, Jossey-Bass, San Francisco.
เกษราภรณ์ สรวลเส, เบญจวรรณ ป้อมแสนศรี, เชรษฐรัฐ กองรัตน์ และ พรรณพัชนันท์ พิสิทธิ์ (2567). การประเมินหลักสูตรวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายมัธยมศึกษา (มอดินแดง) โดยใช้รูปแบบการประเมินแบบซิปป์ไอโมเดล, วารสารบัณฑิตแสงโคมคำ, 28 กุมภาพันธ์ 2567, หน้า 56–77.
องอาจ นัยพัฒน์ (2554). การออกแบบการวิจัย: วิธีการเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพ และผสมผสานวิธีการ, กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธานินทร์ ศิลป์จารุ (2560). การวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วย SPSS และ AMOS (พิมพ์ครั้งที่ 17), กรุงเทพฯ: บิสซิเนส อาร์แอนด์ดี.
เชรษฐรัฐ กองรัตน์, เกษราภรณ์ สรวลเส และ เบญจวรรณ ป้อมแสนศรี (2566). ผลของการจัดโปรแกรมการศึกษาส่งเสริมศักยภาพสู่ความเป็นเลิศด้านภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายมัธยมศึกษา (มอดินแดง) โดยใช้รูปแบบการประเมินแบบซิปป์ไอโมเดล, วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 30 กันยายน 2566, หน้า 78–91.
อิทธิเดช น้อยไม้ (2564). การประเมินหลักสูตรโรงเรียนสาธิต “พิบูลบำเพ็ญ” มหาวิทยาลัยบูรพา โปรแกรมอังกฤษ - คณิตศาสตร์, วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 5 มิถุนายน 2564, หน้า 382–394.
ญาณภัทร สีหะมงคล และ ลัดดา สำรองพันธ์ (2561). การประเมินโครงการห้องเรียนวิทยาศาสตร์ โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (ฝ่ายมัธยม) ในการกำกับดูแลของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม, วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 1 สิงหาคม 2561, หน้า 379–386.
สุภา นิลพงษ์, สมสรร วงษ์อยู่น้อย และ ราชันย์ บุญธิมา (2555). การประเมินหลักสูตรโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ พุทธศักราช 2552, วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ, 7 มกราคม 2559, หน้า 65–82.
วิโรฒน์ ชมภู (2565). การประเมินหลักสูตรโรงเรียนสาธิต “พิบูลบำเพ็ญ” มหาวิทยาลัยบูรพา โครงการสนับสนุนการจัดตั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน โดยการกำกับดูแลของมหาวิทยาลัย (โครงการ วมว.), วารสารครุศาสตร์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, 25 ธันวาคม 2565, หน้า 70–83.
ศักดิ์อนันต์ อนันตสุข (2566). รายงานการประเมินโครงการโรงเรียนคุณภาพวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนนารายณ์คำผงวิทยา, วารสารชุมชนแห่งการเรียนรู้วิชาชีพครู, 31 สิงหาคม 2566, หน้า 177–195.
วิทยา พานิชล้อเจริญ. (2561). แนวทางการมอบหมายงานที่เหมาะสมสำหรับผู้เรียน ในกระบวนวิชาการวิจัยเพื่อการสื่อสาร คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, วารสารการสื่อสารและสื่อบูรณาการ, 4 ธันวาคม 2561, หน้า 26–44.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (2566). แนวทางการมอบหมายการบ้าน, [ระบบออนไลน์], แหล่งที่มา https://moe360.blog/2023/12/16/p161266, เข้าดูเมื่อวันที่ 10/10/2567.
ปริตต์ สายสี (2567). การพัฒนาทักษะ Soft Skills ในศตวรรษที่ 21, กรุงเทพฯ: ดีเซมเบอรี่.
สรัญญา จันทร์ชูสกุล (2561). แนวคิด หลักการ และยุทธวิธีการประเมินผลเพื่อการเรียนรู้, วารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 20 กันยายน 2561, หน้า 14–28.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารนวัตกรรมการเรียนรู้และเทคโนโลยี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
จริยธรรมในการตีพิมพ์บทความ
- กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์พิจารณาบทความที่มีรูปแบบและคุณสมบัติที่ครบถ้วนตามข้อกำหนดเท่านั้น หากบทความนั้นไม่ตรงตามข้อกำหนด กองบรรณาธิการฯ มีสิทธิ์ในการปฏิเสธลงตีพิมพ์
- ในการขอหนังสือตอบรับการตีพิมพ์ กองบรรณาธิการฯจะออกให้ในกรณีที่บทความนั้นพร้อมที่จะลงตีพิมพ์โดยไม่มีเงื่อนไขเท่านั้น
- การพิจารณาบทความ (Peer review) ของวารสารนวัตกรรมการเรียนรู้และเทคโนโลยีถือเป็นที่สิ้นสุด ผลงานวิชาการอาจไม่ได้ลงตีพิมพ์ในเล่มที่กำหนดไว้จนกว่าจะผ่านการพิจารณาบทความ (Peer Review) และพร้อมจะลงตีพิมพ์เผยแพร่แล้วเท่านั้น
- งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรมของการวิจัยในมนุษย์และสัตว์จะต้องผ่านการประเมินโดยกรรมการจริยธรรมของต้นสังกัด
- บทความที่ส่งมาต้องไม่เคยเผยแพร่ในสิ่งพิมพ์อื่นใดมาก่อน และต้องไม่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร JLIT