การพัฒนาสื่อการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องเศษส่วน โดยใช้เกมโดมิโน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
คำสำคัญ:
สื่อการเรียนการสอน, คณิตศาสตร์, เศษส่วน, เกมโดมิโนบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาสื่อการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องเศษส่วน โดยใช้เกมโดมิโน
2) เพื่อหาประสิทธิภาพทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ก่อนและหลังเรียน และ 3) เพื่อประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการเรียนการสอน กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 4 คน ที่กำลังศึกษาในปีการศึกษา 2567 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 6 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบฝึกหัด และแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน การดำเนินการวิจัยเริ่มจากการทดสอบก่อนเรียน จากนั้นจัดการเรียนการสอนโดยใช้เกมโดมิโนเป็นเครื่องมือหลัก และดำเนินการทดสอบหลังเรียน เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การหาค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และการเปรียบเทียบผลก่อนและหลังการเรียน
ผลการวิจัยพบว่า สื่อการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องเศษส่วน โดยใช้เกมโดมิโนสามารถเพิ่มการเรียนรู้ให้นักเรียนส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนอยู่ที่ 6.5 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 32.5 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเพิ่มขึ้นเป็น 18.25 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 81.25 นอกจากนี้ การประเมินประสิทธิภาพ
ของสื่อการเรียนการสอนตามเกณฑ์ E1/E2 พบว่ามีค่าเท่ากับ 80.83/81.25 ซึ่งแสดงว่าสื่อการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น
มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน และผลประเมินความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกมโดมิโนอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.50, S.D. = 0.06) สรุปได้ว่า การใช้เกมโดมิโนเป็นสื่อการสอนช่วยพัฒนาทักษะการเรียนรู้
เรื่องเศษส่วนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551,สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
ณิชกานต์ วงศ์แก้ว และ กรวิภา สรรพกิจจำนง. (2568). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้บอร์ดเกมชุด ภารกิจพิชิตดินแดนเศษส่วน, Journal of Buddhist Education and Research, 11(1), หน้า 427.
นันทนา ติ๊บอุ๊ด และ สมจิตรา เรืองศรี. (2563). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เรื่อง การบวก และการลบเศษส่วน โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค TAI, วารสารออนไลน์บัณฑิตศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง, [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก http://www.edu-journal.ru.ac.th/index.php/abstractData/viewIndex/2474.ru.
วรศักดิ์ สีกา ปวีณา ขันธ์ศิลา และประภาพร หนองหารพิทักษ์. (2568). การจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน เพื่อพัฒนาทักษะการคิดคำนวณ เรื่องการคูณ การหารทศนิยม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5, วารสารครุศาสตร์ราชภัฏเชียงใหม่, 4(3), หน้า 65-78.
ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2520). ระบบสื่อการสอน, กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ภาสกร เรืองรอง. (2558). คอมพิวเตอร์ช่วยสอน, กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์พรทิชา.
วรรณี แกมเกตุ. (2555). วิธีวิทยาการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์, กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทิพย์สิริ กาญจนวาสี และศิริชัย กาญจนวาสี. (2564). วิธีวิทยาการวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 3), กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สาวิตรี ศรีวิเศษ และกาญจน์ เรืองมนตรี. (2566). การพัฒนาแนวทางการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเพื่อเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 สำหรับสถานศึกษา สังกัดเทศบาลภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง, วารสารพุทธปรัชญาวิวัฒน์, 7(2), หน้า 589-601.
แคทลียา จุลมา และ เมตตา มาเวียง. (2562). ประสิทธิผลของสื่อประสมต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนกลุ่มเสี่ยงด้านคณิตศาสตร์, วารสารศึกษาศาสตร์ ฉบับวิจัยบัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น, 13(2), หน้า 117-124.
หนึ่งฤทัย พวงดอกไม้ และ สืบสกุล อยู่ยืนยง. (2566). การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วนโดยใช้สื่อประสมร่วมกับทฤษฎีพหุปัญญาสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4, Journal of Institute of Trainer Monk Development, 6(3), หน้า 149-157.
ศศิพิมพ์ รัตราช สมใจ ภูครองทุ่ง และสุภาภรณ์ โรยรส. (2567). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เรื่อง การบวก และการลบเศษส่วน โดยการจัดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือเทคนิค TAI ประกอบการใช้เกมบิงโก, วารสารราชภัฏสุรินทร์วิชาการ, 2(2), หน้า 1-12.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนวัตกรรมการเรียนรู้และเทคโนโลยี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
จริยธรรมในการตีพิมพ์บทความ
- กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์พิจารณาบทความที่มีรูปแบบและคุณสมบัติที่ครบถ้วนตามข้อกำหนดเท่านั้น หากบทความนั้นไม่ตรงตามข้อกำหนด กองบรรณาธิการฯ มีสิทธิ์ในการปฏิเสธลงตีพิมพ์
- ในการขอหนังสือตอบรับการตีพิมพ์ กองบรรณาธิการฯจะออกให้ในกรณีที่บทความนั้นพร้อมที่จะลงตีพิมพ์โดยไม่มีเงื่อนไขเท่านั้น
- การพิจารณาบทความ (Peer review) ของวารสารนวัตกรรมการเรียนรู้และเทคโนโลยีถือเป็นที่สิ้นสุด ผลงานวิชาการอาจไม่ได้ลงตีพิมพ์ในเล่มที่กำหนดไว้จนกว่าจะผ่านการพิจารณาบทความ (Peer Review) และพร้อมจะลงตีพิมพ์เผยแพร่แล้วเท่านั้น
- งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรมของการวิจัยในมนุษย์และสัตว์จะต้องผ่านการประเมินโดยกรรมการจริยธรรมของต้นสังกัด
- บทความที่ส่งมาต้องไม่เคยเผยแพร่ในสิ่งพิมพ์อื่นใดมาก่อน และต้องไม่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร JLIT