การจัดการความรู้ของคณะสงฆ์ตามหลักโยนิโสมนสิการ เพื่อการพัฒนาองค์กรสงฆ์ในยุคดิจิทัล

ผู้แต่ง

  • พระครูธีรภัทรจารี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • พระครูจริยธรรมรัต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

คำสำคัญ:

การจัดการความรู้, โยนิโสมนสิการ, องค์กรสงฆ์, ยุคดิจิทัล, การจัดการเชิงพุทธ

บทคัดย่อ

บทความวิชาการนำเสนอเพื่อศึกษาแนวคิดการจัดการความรู้ของคณะสงฆ์ตามหลัก โยนิโสมนสิการ และแนวทางการประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาองค์กรสงฆ์ในยุคดิจิทัล โยนิโสมนสิการเป็นหลักธรรมที่มุ่งเน้นการคิดอย่างแยบคาย การพิจารณาอย่างมีเหตุผล และการวิเคราะห์ตามเหตุและปัจจัย ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนากระบวนการจัดการความรู้ขององค์กรสงฆ์ ทั้งในด้านการสร้างความรู้ การจัดเก็บความรู้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการประยุกต์ใช้ความรู้ในการบริหารจัดการองค์กร ผลการวิเคราะห์พบว่า การบูรณาการหลักโยนิโสมนสิการกับแนวคิดการจัดการความรู้ช่วยส่งเสริมให้คณะสงฆ์สามารถพัฒนาระบบการเรียนรู้ขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการส่งเสริมกระบวนการคิดเชิงวิเคราะห์ การเรียนรู้ร่วมกัน และการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงพุทธ นอกจากนี้ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการจัดเก็บ ถ่ายทอด และเผยแพร่องค์ความรู้ทางพระพุทธศาสนา ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารและการเผยแผ่พระธรรมคำสอนให้เข้าถึงสังคมในวงกว้างมากยิ่งขึ้น
ดังนั้น การจัดการความรู้ของคณะสงฆ์ตามหลักโยนิโสมนสิการจึงเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาองค์กรสงฆ์ให้สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมดิจิทัลได้อย่างเหมาะสม ทั้งยังช่วยเสริมสร้างระบบการเรียนรู้ขององค์กรสงฆ์ให้มีความเข้มแข็ง ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของพระสงฆ์ และสนับสนุนบทบาทของคณะสงฆ์ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนในยุคปัจจุบัน

เอกสารอ้างอิง

ประเวศ วะสี. (2526). พุทธธรรมกับการพัฒนาสังคม. หมอชาวบ้าน.

พระครูอนุลปริยัติการ. (2567). การพัฒนาฐานข้อมูลออนไลน์พระสงฆ์ในเขตอำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์. Journal of Modern Learning Development. 9(12), 535–552.

พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต). (2542). พุทธธรรม. กรุงเทพมหานคร: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2556). โยนิโสมนสิการ: วิธีคิดตามหลักพุทธธรรม (พิมพ์ครั้งที่ 24). ปัญญาประดิษฐาน.

พระมหาธฤติ รุ่งชัยวิทูร. (2557). รูปแบบการพัฒนาพระสังฆาธิการเพื่อประสิทธิภาพการบริหารกิจการคณะสงฆ์. วารสารบัณฑิตศึกษา มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์. 3(1), 65–88.

วีระพงษ์ ปรองดอง และ ประจิตร มหาหิง. (2564). การบริหารจัดการองค์กรเชิงพุทธในสถานศึกษายุคใหม่. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์. 6(3), 842–852.

สุรพล พรมกุล, วิทยา ทองดี และ ทวีศิลป์ สารแสน. (2562). การจัดการความรู้การป้องกันยาเสพติดของพระสงฆ์กลุ่มสังฆพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น. 6(3), 163–179.

สุชีพ ปุญญานุภาพ. (2545). คุณธรรมสำหรับชีวิต. มหามกุฏราชวิทยาลัย.

Castells, M. (2010). The rise of the network society (2nd ed.). Wiley-Blackwell. https://doi.org/10.1002/9781444319514

Davenport, T. H., & Prusak, L. (1998). Working knowledge: How organizations manage what they know. Harvard Business School Press.

Heeks, R. (2008). ICT4D 2.0: The next phase of applying ICT for international development. Computer. 41(6), 26–33. https://doi.org/10.1109/MC.2008.192

Nonaka, I., & Takeuchi, H. (1995). The knowledge-creating company: How Japanese companies create the dynamics of innovation. Oxford University Press. https://doi.org/10.1093/oso/9780195092691.001.0001

Senge, P. M. (2006). The fifth discipline: The art and practice of the learning organization (Rev. & updated ed.). Doubleday/Currency.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-30

รูปแบบการอ้างอิง

พระครูธีรภัทรจารี, & พระครูจริยธรรมรัต. (2026). การจัดการความรู้ของคณะสงฆ์ตามหลักโยนิโสมนสิการ เพื่อการพัฒนาองค์กรสงฆ์ในยุคดิจิทัล. วารสาร มจร การพัฒนาสังคม, 11(2), 231–241. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JMSD/article/view/293437