การเปรียบเทียบพฤติกรรมการจัดการเงินของประชาชนในเขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร จำแนกตามปัจจัยพื้นฐานส่วนบุคคล
คำสำคัญ:
ปัจจัยพื้นฐานส่วนบุคคล, พฤติกรรมการจัดการเงิน, การวางแผนการเงินส่วนบุคคล, เขตราชเทวีบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับพฤติกรรมการจัดการเงินของประชาชนในเขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร และ 2) เปรียบเทียบพฤติกรรมการจัดการเงินของประชาชนในเขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร จำแนกตามปัจจัยพื้นฐานส่วนบุคคล การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ประชาชนในเขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร จำนวน 398 คน ได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน ประกอบด้วยการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิตามสัดส่วนและการสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว ผลการวิจัยพบว่า 1) พฤติกรรมการจัดการเงินของประชาชนในเขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x̅ = 4.50, S.D. = 0.68) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า การวางแผนรายรับ-รายจ่าย การออมและการลงทุน การจัดการหนี้สิน และการจัดการความเสี่ยง อยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน 2) ผลการเปรียบเทียบพฤติกรรมการจัดการเงินจำแนกตามปัจจัยพื้นฐานส่วนบุคคล พบว่า อายุ สถานภาพสมรส รายได้ส่วนบุคคลเฉลี่ยต่อเดือน และระยะเวลาที่พักอาศัยที่แตกต่างกัน มีความสัมพันธ์กับความแตกต่างของพฤติกรรมการจัดการเงินอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งในภาพรวมและทุกด้านย่อย ขณะที่ระดับการศึกษาและอาชีพมีความแตกต่างกันในบางด้านและภาพรวม สำหรับเพศและแขวงที่พักอาศัยไม่พบความแตกต่างในภาพรวม แต่แขวงที่พักอาศัยมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในด้านการวางแผนรายรับ-รายจ่าย ซึ่งผลการวิจัยสะท้อนให้เห็นว่า ปัจจัยพื้นฐานส่วนบุคคล ได้แก่ อายุ ระดับการศึกษา สถานภาพสมรส อาชีพ รายได้ส่วนบุคคลเฉลี่ยต่อเดือน และระยะเวลาที่พักอาศัย มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการจัดการเงินของประชาชน ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรส่งเสริมความรู้และทักษะทางการเงินให้สอดคล้องกับลักษณะและบริบทของประชาชนแต่ละกลุ่ม เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กรณิกา วาระวิชะนี. (2560). ความรู้ทางการเงินและความอยู่ดีมีสุขทางการเงินของพนักงานในสถาบันการเงิน: กรณีศึกษาจากพนักงานธนาคารไทยพาณิชย์. (การค้นคว้าอิสระปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.
กรมการปกครอง. (2568). สถิติจำนวนประชากรทางการทะเบียนราษฎร จังหวัดกรุงเทพมหานคร เขตราชเทวี ข้อมูลเดือนพฤศจิกายน 2568.สืบค้นเมื่อ 22 มีนาคม 2569.จาก https://stat.bora.dopa.go.th/
ชัชวาลย์ เรืองประพันธ์. (2539). สถิติพื้นฐาน : พร้อมตัวอย่างการวิเคราะห์ด้วยโปรแกรม Minitab SPSS/PC+ และ SAS. (พิมพ์ครั้งที่ 2). ภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
ธนาคารแห่งปรเะเทศไทย. (2565). รายงานผลการสำรวจทักษะทางการเงินของไทย ปี 2565. https://www.bot.or.th/content/dam/bot/image/research-and-publications/2565ThaiFLsurvey.pdf
ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2567). รายงานการประเมินเสถียรภาพระบบการเงินไทย 2567. https://www.bot.or.th/content/dam/bot/documents/th/research-and-publications/reports/financial-stability-report/FSR2024.pdf
เบญญาภา หมั่นวิชา. (2564). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการใช้บริการธุรกรรมทางการเงินบนแพลตฟอร์มออนไลน์ของผู้ใช้บริการ (เจเนอเรชั่น Baby Boomer) ในเขตกรุงเทพมหานคร (การค้นคว้าอิสระปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
วิกรานต์ เผือกมงคล. (2560). ความรู้ทางการเงินของประชาชนจังหวัดปทุมธานี. วารสารวิจัยและพัฒนา วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์. 12(3), 311–323.
วิไล เอื้อปิยฉัตร. (2560). ความรู้ทางการเงิน: ตัวกำหนดและผลกระทบที่มีต่อพฤติกรรมการออม. วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. 25(47), 67–93.
สุจินันท์ นุ้ยมาก. (2567). ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการวางแผนการเงินเพื่อการเกษียณอายุของบุคคลวัยทำงานกลุ่มเจเนอเรชันวาย. (การค้นคว้าอิสระปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
Deacon, R. E., & Firebaugh, F. M. (1988). Family resource management: Principles and applications (2nd ed.). Allyn and Bacon.
Dew, J. P., & Xiao, J. J. (2011). The financial management behavior scale: Development and validation. Journal of Financial Counseling and Planning. 22(1), 43–59.
Joo, S. (2008). Personal financial wellness. In J. J. Xiao (Ed.), Handbook of consumer finance research (pp. 21–33). Springer. https://doi.org/10.1007/978-0-387-75734-6_2
Maslow, A. H. (1943). A theory of human motivation. Psychological Review. 50(4), 370–396. https://doi.org/10.1037/h0054346
OECD. (2020). OECD/INFE 2020 international survey of adult financial literacy. OECD Publishing. https://doi.org/10.1787/145f5607-en
Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis (3rd ed.). Harper & Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มจร การพัฒนาสังคม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.