ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเต็มใจจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างภายหลังสถานการณ์ โควิด-19: กรณีศึกษาเทศบาลเมืองสวรรคโลก อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย
บทคัดย่อ
บทความวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับความเต็มใจจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของผู้เสียภาษีภายหลังสถานการณ์โควิด-19 2) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านการประชาสัมพันธ์ การรับรู้ข้อมูลข่าวสาร รายได้ บุคลากร การเมือง และความไว้วางใจต่อผู้บริหารท้องถิ่น กับความเต็มใจจ่ายภาษี 3) วิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความเต็มใจจ่ายภาษี และ 4. เสนอแนวทางเชิงนโยบายและเชิงบริหารในการพัฒนาการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสานวิธี โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาเป็นผู้เสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในเขตเทศบาลเมืองสวรรคโลก จำนวน 265 คน โดยกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามสูตรของ Yamane และสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นตามประเภทผู้เสียภาษี เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า และแบบสัมภาษณ์เชิงลึก วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติอ้างอิง ได้แก่ การวิเคราะห์สหสัมพันธ์และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)
ผลการวิจัยพบว่า ผู้เสียภาษีมีระดับความเต็มใจในการจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยปัจจัยด้านการประชาสัมพันธ์ การรับรู้ข้อมูลข่าวสาร รายได้ บุคลากร การเมือง และความไว้วางใจต่อผู้บริหารท้องถิ่น มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความเต็มใจในการจ่ายภาษีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ขณะที่ปัจจัยที่มีอิทธิพล ได้แก่ ด้านการประชาสัมพันธ์ ด้านการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ด้านความไว้วางใจต่อผู้บริหารท้องถิ่น ด้านรายได้ และด้านบุคลากร ส่วนด้านการเมืองไม่พบอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญ แนวทางพัฒนาควรมุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์ให้เข้าใจง่าย การพัฒนาบุคลากร ระบบฐานข้อมูลภาษี และความโปร่งใสในการบริหารงานท้องถิ่น
เอกสารอ้างอิง
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. (2566). แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 (ฉบับปรับปรุง). กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น.
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. (2567). ข้อมูลรายได้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. สืบค้นเมื่อ 14 ตุลาคม 2568, จาก https://www.dla.go.th/download/work/summary_revenue/2567.pdf?notDownload=Y
โกวิทย์ พวงงาม. (2555). การปกครองท้องถิ่นไทย: หลักการและมิติใหม่ในอนาคต. (พิมพ์ครั้งที่ 8). สำนักพิมพ์วิญญูชน.
ภราดร ปรีดาศักดิ์. (2556). หลักเศรษฐศาสตร์จุลภาค. (พิมพ์ครั้งที่ 4). สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
วลัยพร ชิณศรี, ไททัศน์ มาลา และ วิไลลักษณ์ เรืองสม (2557). การเสริมสร้างประสิทธิภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อความเป็นเลิศในด้านการจัดเก็บรายได้. (รายงานการวิจัย). สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
วีรยุทธ สุขมาก. (2565). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสมัครใจในการชำระภาษี และมาตรการทางภาษีของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. (วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต), มหาวิทยาลัยศรีปทุม.
วีระศักดิ์ เครือเทพ. (2556). ถอดรหัสการจัดเก็บภาษีอากรของท้องถิ่นไทย. โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วีระศักดิ์ เครือเทพ. (2561). ปัจจัยที่ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับรางวัลการบริหารจัดการที่ดี ประจำปีงบประมาณ 2559. วารสารวิทยาการจัดการ. 35(2), 111–136.
สกนธ์ วรัญญูวัฒนา. (2551). การบริหารการคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. เอ็กซเปอร์เน็ท.
สมบูรณ์ ศิริสรรหิรัญ, สิทธิศักดิ์ ไชยสุข, ยุรีพรรณ วณิชโยบล, และ กัญญ์ภัคพิมพ์ มนูญผล. (2565). การฟื้นตัวของประเทศไทยสู่ความยั่งยืนทางการคลังภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19. วารสารคุณภาพชีวิตกับกฎหมาย. 18(1), 121-145.
Aday, L. A., & Andersen, R. (1975). Development of indices of access to medical care. Health Administration Press.
Bird, R. M., & Slack, E. (Eds.). (2004). International handbook of land and property taxation. Edward Elgar Publishing.
Maslow, A. H. (1954). Motivation and personality. Harper & Row.
Oates, W. E. (1972). Fiscal federalism. Harcourt Brace Jovanovich.
Oates, W. E. (1999). An essay on fiscal federalism. Journal of Economic Literature, 37(3), 1120–1149. https://doi.org/10.1257/jel.37.3.1120
Shah, A. (Ed.). (2007). Participatory budgeting. World Bank. http://dx.doi.org/10.1596/978-0-8213-6923-4
Stiglitz, J. E. (1977). The theory of local public goods. In M. S. Feldstein & R. P. Inman (Eds.), The economics of public services (pp. 274–333). Palgrave Macmillan. https://doi.org/10.1007/978-1-349-02917-4_12
Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis (3rd ed.). Harper & Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มจร การพัฒนาสังคม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.