แนวทางการจัดสวัสดิการบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในเขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร
คำสำคัญ:
สวัสดิการเอกชน, แรงจูงใจในการทำงาน, ความผูกพันต่อองค์กรบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการจัดสวัสดิการบริษัทเอกชน 2) ศึกษานโยบายและทิศทางการจัดสวัสดิการ 3) ศึกษาความต้องการของพนักงานต่อการจัดสวัสดิการ และ 4) ศึกษาแนวทางการพัฒนาระบบสวัสดิการให้เหมาะสม การศึกษานี้ได้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ผ่านการรวบรวมข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 14 คน ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหาร แผนกบุคคลทำหน้าที่ถ่ายทอดข้อมูลสวัสดิการจากผู้บริหาร และพนักงานระดับปฏิบัติการ โดยใช้วิธีการคัดเลือกแบบเจาะจง และกำหนดจำนวนผู้ให้ข้อมูลตามหลักข้อมูลอิ่มตัว ซึ่งยุติการเก็บข้อมูลเมื่อไม่พบประเด็นใหม่เพิ่มเติม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา โดยการจัดหมวดหมู่ข้อมูล ตีความ ประเด็นสำคัญตามวัตถุประสงค์การวิจัย
ผลการวิจัยพบว่า 1) การจัดสวัสดิการบริษัทเอกชนมีการจัดสวัสดิการที่สอดคล้องตามกฎหมายแรงงาน โดยครอบคลุมสิทธิขั้นพื้นฐานที่พนักงานพึงได้รับการเข้าร่วมระบบประกันสังคม วันหยุดพักผ่อนประจำปี วันหยุดนักขัตฤกษ์ และการลาตามกฎหมาย ส่วนสวัสดิการนอกเหนือกฎหมายที่บริษัทจัดให้มีค่าเดินทาง ประกันอุบัติหตุกลุ่ม ตรวจสุขภาพประจำปี โบนัส 2) นโยบายและทิศทางการจัดสวัสดิการของบริษัท ผู้บริหารมีแนวโน้มในการปรับมุมมองต่อการจัดสวัสดิการจากเดิมที่มองว่าเป็นต้นทุนไปสู่การมองว่าเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ โดยตระหนักว่าสวัสดิการมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างแรงจูงใจ ความพึงพอใจ และความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงานและความสามารถในการแข่งขันของบริษัท 3) ความต้องการของพนักงานต่อการจัดสวัสดิการ พนักงานไม่ได้มองสวัสดิการเพียงในเชิงสิทธิพื้นฐาน โดยมีความคาดหวังให้สวัสดิการมีความยืดหยุ่น หลากหลาย และสอดคล้องกับความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล 4) แนวทางการพัฒนาระบบสวัสดิการของบริษัท ระบบสวัสดิการของบริษัทมีลักษณะเป็นรูปแบบเดียวสำหรับทุกคน แม้บริษัทจะมีพื้นฐานที่ดี แต่ควรเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วม และพัฒนาอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สวัสดิการสามารถตอบความต้องการของพนักงานและเป้าหมายของบริษัท
เอกสารอ้างอิง
กฎกระทรวงว่าด้วยการจัดสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2548. (2548, 29 มีนาคม). ราชกิจจานุเบกษา 122. ตอนที่ 29 ก. 14–18.
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน. (2560). คู่มือแนวทางการปฏิบัติงานด้านการส่งเสริมสวัสดิการแรงงานแบบยืดหยุ่น (สำหรับเจ้าหน้าที่). กองสวัสดิการแรงงาน.
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน. (2562). คู่มือการจัดสวัสดิการแรงงานแบบยืดหยุ่นสำหรับสถานประกอบการ. กองสวัสดิการแรงงาน.
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน. (2563). สวัสดิการแรงงาน. สืบค้นเมื่อ 12 พฤศจิกายน 2568, จาก https://lb.mol.go.th
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน. (2567). คู่มือการปฏิบัติงานด้านสวัสดิการแรงงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. กองสวัสดิการแรงงาน.
กฤษณ์ รักชาติเจริญ. (2557). การบริหารระบบสวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษาในประเทศสิงคโปร์: การถอดบทเรียนเพื่อการพัฒนาระบบสวัสดิการของประเทศไทย. BU ACADEMIC REVIEW. 14(1), 122–137.
จิตราภา ชาติการุณ. (2566). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความผูกพันของพนักงาน. (การค้นคว้าอิสระปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
เดชา เดชะวัฒนไพศาล. (2559). การจัดการทรัพยากรบุคคล: พื้นฐานแนวคิดเพื่อการปฏิบัติ. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ประไพศรี ธรรมวิริยะวงศ์. (2559). การจัดการความหลากหลายของบุคลากรในองค์การ. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี. 5(2), 1–12.
ปรินทร์ฉัตร พงศ์นาคศิริ. (2565). ปัจจัยแนวปฏิบัติการจัดการทรัพยากรมนุษย์ที่ส่งผลต่อความผูกพันองค์กรของพนักงานองค์กร/ธุรกิจสตาร์ทอัพในเขตกรุงเทพมหานคร. (สารนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยมหิดล.
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย. (2554). ความหมายสวัสดิการ. สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2566).แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566–2570). สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี
Herzberg, F., Mausner, B., & Snyderman, B. B. (1959). The motivation to work (2nd ed.). John Wiley & Sons.
Locke, E. A. (1976). The nature and causes of job satisfaction. In M. D. Dunnette (Ed.), Handbook of industrial and organizational psychology (pp. 1297–1349). Rand McNally.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มจร การพัฒนาสังคม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.