การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในการป้องกันและควบคุมโรคความดันโลหิตสูง จังหวัดพิจิตร

Main Article Content

มยุรี เข็มทอง
อมรเทพ พรมเจียม

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ เป็นวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม มีวัตุประสงค์เพื่อ 1) สร้างและพัฒนารูปแบบการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในการป้องกันและควบคุมโรคความดันโลหิตสูง 2) ศึกษาการมีส่วนร่วมของอาสาสมัครสาธารณสุขประจาหมู่บ้าน (อสม.) ในการป้องกันและควบคุมโรคความดันโลหิตสูง 3) ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมของอาสาสมัครสาธารณสุขประจาหมู่บ้าน (อสม.) ในการป้องกันและควบคุมโรคความดันโลหิตสูง และ 4) ประเมินผลการสร้างและการพัฒนารูปแบบการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของอาสาสมัครสาธารณสุขประจาหมู่บ้าน (อสม.) ในการป้องกันและควบคุมโรคความดันโลหิตสูง กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ อสม. จังหวัดพิจิตร 420 คน อสม. ในพื้นที่ทดลอง 2 ตำบลและภาคีเครือข่าย 20 คน วิเคราะห์ข้อมูล
ใช้ Stepwise Multiple Regression, Paired-Samples T-Test และวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า อสม. มีส่วนร่วมในการป้องกันและควบคุมโรคความดันโลหิตสูง อยู่ในระดับปานกลาง ปัจจัยที่ส่งผลและสามารถพยากรณ์ระดับการมีส่วนร่วม ของ อสม. ได้แก่ แรงจูงใจและความรอบรู้ด้านสุขภาพ รูปแบบที่สร้างและพัฒนาขึ้น ได้แก่
1) จัดทำข้อตกลงร่วมกันระหว่างหน่วยงานสาธารณสุขและชมรม อสม. 2) พัฒนาศักยภาพ อสม. 3) สร้างแรงจูงใจ 4) พัฒนาการสื่อสารประชาสัมพันธ์ 5) ประสานความร่วมมือภาคีเครือข่าย 6) ส่งเสริมให้มีกิจกรรมหรือเวทีแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ และ 7) ค้นหา อสม. ต้นแบบ โดยมีคะแนนเฉลี่ยหลังการใช้รูปแบบมากกว่าก่อนการใช้รูปแบบข้อเสนอแนะ ควรส่งเสริมการมีส่วนร่วมของ อสม. อย่างจริงจัง โดยประกาศเป็นนโยบายสำคัญ สร้างเครือข่ายความร่วมมือและ
นำรูปแบบที่สร้างและพัฒนาขึ้นไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ที่มีบริบทใกล้เคียง

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เข็มทอง . ม., & พรมเจียม อ. (2025). การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในการป้องกันและควบคุมโรคความดันโลหิตสูง จังหวัดพิจิตร. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 9(12), 120–134. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/view/290018
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2565). สถานการณ์โรคความดันโลหิตสูง. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข.

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2567). นโยบายการป้องกันและควบคุมโรคความดันโลหิตสูง. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข.

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. (2565). คู่มือ อสม. “สมาร์ท อสม. และ อสม.หมอประจำบ้าน” ปีงบประมาณ 2565. นนทบุรี: กรมสนับสนุนบริการสุขภาพกระทรวงสาธารณสุข.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศ.

กัญญา เกสรพิกุล และคณะ. (2565). แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมของชุมชนในการส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุที่มีความดันโลหิตสูง ในอำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา. วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์ (มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์), 12(2), 246-259.

ณัชปภา คัชมาตย์. (2561). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติงานป้องกันและควบคุมโรคความดันโลหิตสูงของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านอำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร. ใน วิทยานิพนธ์สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

ณัฐพงษ์ เฮียงกุล และยุทธนา แยบคาย. (2563). ปัจจัยทำนายการปฏิบัติงานตามบทบาทอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านเขตเมือง จังหวัดสุโขทัย. วารสารการสาธารณสุข, 29(2), 314-322.

ธนัตถ์ภัทร์ ภู่โพธิ์ และวิราสิริริ์ วสีวีรสิร์. (2567). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมของผู้นําชุมชนใน การป้องกันภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง จังหวัดพิจิตร. วารสาร มจร. การพัฒนาสังคม, 9(1), 177-187.

วันวิสา พุทจิระ. (2559). การจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Model Method เพื่อพัฒนาการคิดเชิงพีชคณิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย, 8(1), 328-343.

วาริน เขื่อนแก้ว. (2564). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการมีส่วนร่วมของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในการป้องกันและควบคุมวัณโรค อำเภอดอกคำใต้จังหวัดพะเยา. วารสารศาสตร์สุขภาพแลการศึกษา, 1(2), 30-44.

วิษณุ นภาพันธ์. (2551). การศึกษาลักษณะการให้เหตุผลเชิงพีชคณิตของนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลาย. กรุงเทพมหานคร: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2562). ผลการประเมิน PISA 2018: บทสรุปสาหรับผู้บริหาร. กรุงเทพมหานคร: สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กรุงเทพมหานคร.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิจิตร. (2567). การดำเนินงานการป้องกันและควบคุมโรคความดันโลหิตสูงของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในจังหวัดพิจิตร. พิจิตร: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิจิตร.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิจิตร. (2567). สถานการณ์โรคความดันโลหิตสูง จังหวัดพิจิตรปี 2563 - 2566. พิจิตร: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิจิตร.

อารีย์ แร่ทอง. (2562). ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ 3อ 2ส ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน กรณีศึกษา ตำบลหินตก อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารวิชาการกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, 15(3), 62-70.

Bloom, B. S. J. (1975). Taxonomy of educational objectives, handbook I: The cognitive domain. New York: David Mckay.

Booker, G. & Windsor, W. (2010). Developing algebraic thinking: Using problem-solving to build from number and geometry in the primaryschool to the ideas that underpin algebra high school and beyond. Procedia - Social and Behavioral Sciences, 8, 411-419. https://doi.org/10.1016/j.sbspro.2010.12.057

Cai, J. (2004). Why do US and Chinese students think differently in mathematical problemSolving?: Impact of early algebra learning and teachers’beliefs. The Journal of mathematical behavior, 23(2), 135-167.

Cohen, J. M. & Uphoff, N. T. (1981). Participation place in rural development: Seeking clarity through specificity, world development. New York: Cornell University.

Cronbach, L. J. (1951). Coefficient Alpha and the Internal Structure of Tests. Psychometrika, 16(3), 297-334.

Driscoll, M. (1999). Fostering algebraic thinking: A guide for teachers, grades 6 - 10. London: Heinemann.

Greenes, C. & Findell, C. (1999). Developing Students’ Algebraic Reasoning Abilities. In Developing Mathematical Reasoning in Grades K-12. Reston, Virginia: The National Council of Teachers of Mathematics.

Herbert, K. & Brown, R. H. (1997). Patterns as tools for algebraic reasoning. Teaching Children Mathematics, 3(6), 340-344.

Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.

Lee, L. (1997). Algebraic understanding: the search for a model in the mathematics education community = Lacomprehension algebrique: la recherche d'un modele dans la communaute d'education mathematique. Montréal: Université du Québec à Montréal.

Lew, H. C. (2004). Developing algebraic thinking in early grades: Case studyof Korean elementary school mathematics. The Mathematics Educator, 8(1), 88-106.

Matos, A. S. & Ponte, J. P. (2009). Exploring functional relationships to foster algebraicthinking in grade 8. Quaderni di Ricerca in Didattica, 2(19), 1-9.

National Council of Teachers of Mathematics. (2016). Background Paper and Brief for the development of anew Primary Mathematics Curriculum. Nonthaburi: NCCA.

NCTM. (2000). Principles and standards for school mathematics. Reston: Virginia: NCTM.

Rovinelli, R. J. & Hambleton, R. K. (1977). On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test item validity. Tijdschrift voor Onderwijsresearch, 2(2), 49-60.