มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมการจำหน่ายสินค้า ในที่หรือทางสาธารณะของชุมชนเมืองสงขลา

Main Article Content

ชัชชัย ยุระพันธุ์
ณฐมน ทองมี

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาทฤษฎี แนวคิด และกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการจำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะของเทศบาลนครสงขลา 2) วิเคราะห์สภาพปัญหาและอุปสรรคในการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว 3) ศึกษาเปรียบเทียบมาตรการทางกฎหมายกับกรณีสาธารณรัฐสิงคโปร์ และ 4) เสนอแนวทางเชิงนโยบายเพื่อปรับปรุงเทศบัญญัติและกลไกการบังคับใช้ในระดับท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้วิธีวิเคราะห์เนื้อหาเชิงกฎหมาย (Doctrinal Analysis) ควบคู่กับการวิเคราะห์บริบทเชิงพื้นที่ (Contextual Analysis) โดยศึกษากฎหมายระดับพระราชบัญญัติและเทศบัญญัติที่เกี่ยวข้อง สัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 13 ท่าน ซึ่งคัดเลือกแบบเจาะจง ได้แก่ นายกเทศมนตรี 1 ท่าน กองสาธารณสุขเทศบาล 2 ท่าน เทศกิจ 2 ท่าน สาธารณสุขจังหวัด 2 ท่าน ผู้ประกอบการ 2 ท่าน ตำรวจจราจร 2 ท่าน ผู้ได้รับผลกระทบ 2 ท่าน ทั้งนี้เลือกกรณีศึกษาสาธารณรัฐสิงคโปร์ เนื่องจากมีมาตรการทางกฎหมายที่มีเอกภาพและประสิทธิภาพสูง ซึ่งผลการวิจัยพบว่า ในบริบทเมืองเก่าอย่างเทศบาลนครสงขลาที่มีพื้นที่จำกัด โดยเฉพาะบริเวณถนนราชอุทิศ 1 ที่มีผู้ประกอบการมากกว่า 100 ราย การบังคับใช้กฎหมายนั้นเผชิญกับปัญหาสำคัญ คือ การขาดกลไกบูรณาการระหว่างหน่วยงานรัฐด้วยกันและภาคประชาชน จำนวนเจ้าพนักงานในการรักษามาตรฐานสุขาภิบาล รวมถึงปัญหาการบังคับโทษ ส่งผลให้มาตรฐานการจัดระเบียบพื้นที่และสุขาภิบาลไม่สม่ำเสมอ เมื่อเปรียบเทียบกับสิงคโปร์ ซึ่งใช้ระบบการให้เกรดความสะอาด และระบบตัดคะแนนเพื่อการควบคุม งานวิจัยจึงเสนอให้พัฒนาเทศบัญญัติให้มีกลไกคณะกรรมการบูรณาการ ระบบโทษทางปกครอง ระบบแต้มความประพฤติ และมาตรการจูงใจให้ปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับบริบทของเทศบาลนครสงขลา

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ยุระพันธุ์ ช., & ทองมี ณ. (2026). มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมการจำหน่ายสินค้า ในที่หรือทางสาธารณะของชุมชนเมืองสงขลา. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 10(2), 108–120. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/view/291021
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

คณะกรรมาธิการการแก้ไขปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำวุฒิสภา. (2564). ข้อเสนอเชิงนโยบายการบริหารจัดการหาบเร่แผงลอยในกรุงเทพมหานคร เพื่อสร้างเสริมเศรษฐกิจฐานราก ชีวิต และชุมชน. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา.

นฤมล นิราทร. (2566). แผงลอย: ความสำคัญทางเศรษฐกิจและสังคมของเมืองไทย. เรียกใช้เมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2569 จาก https://knowledgefarm.tsri.or.th/naruemon_interview/

นิติพัฒน์ ซื่อดี. (2563). การจัดการปกครองแบบร่วมมือ (Collaborative Governance) กับการนำนโยบายการพัฒนาคุณภาพชีวิตไปสู่การปฏิบัติในพื้นที่: กรณีศึกษา คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร. ใน สารนิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการเมืองการปกครอง. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสงขลา. (2565). จากอดีตสู่ปัจจุบัน. เรียกใช้เมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2569 จาก https://www.finearts.go.th/storage/contents/2023/03/file/sbay4b8dzMD6D1bNJucMc2DL0nQWhVhaylYPzBDr.pdf

สุจิตรา สามัคคีธรรม. (2560). พฤติกรรมทางเศรษฐกิจของหาบเร่แผงลอย: กรณีศึกษาเขตบางเขน. วารสารร่มพฤกษ์ มหาวิทยาลัยเกริก, 35(3), 158-170.

Andrew, V. H. (1993). Censure and sanctions. Oxford: Oxford University Press.

Beccaria, C. (1986). On crimes and punishments. Indianapolis: Hackett.

Becker, G. S. (1968). Crime and punishment: An economic approach. Journal of Political Economy, 76(2), 169-217.

Bentham, J. (1996). The collected works of Jeremy Bentham: An introduction to the principles of morals and legislation. Oxford: Clarendon Press.

Bovaird, T. (2007). Beyond engagement and participation: User and community co-production of public services. Public Administration Review, 67(5), 846-860.