รูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษาสู่การพัฒนาการเรียนการสอนของครู ในยุคเปลี่ยนผ่าน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครศรีธรรมราช
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นการนิเทศภายในสถานศึกษาสู่การพัฒนาการเรียนการสอนของครูในยุคเปลี่ยนผ่าน 2) พัฒนารูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษาสู่การพัฒนาการเรียนการสอนของครูในยุคเปลี่ยนผ่าน และ 3) ตรวจสอบรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษาสู่การพัฒนาการเรียนการสอนของครูในยุคเปลี่ยนผ่าน โดยใช้วิธีวิจัยแบบการวิจัยและพัฒนา ใช้วิธีวิจัยแบบผสานวิธีพหุระยะ ประชากร คือ ผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 71 โรงเรียน จำนวน 142 คน กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 120 คน ด้วยการเปิดตารางของเครซี่และมอร์แกน เลือกแบบเจาะจง การสัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 9 คน การสนทนากลุ่ม จำนวน 9 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ และแบบประเมิน ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา โดยหาค่าความสอดคล้องระหว่าง 0.80 - 1.00 แบบสอบถามมีค่าความเชื่อมั่น 0.945 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และดัชนีความต้องการจำเป็น ผลการวิจัย พบว่า 1) สภาพปัจจุบัน โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ย 2.89 ( = 2.89, S.D. = 0.53) (5 ระดับ) สภาพที่พึงประสงค์ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.53 (
= 4.53, S.D. = 0.52) และความต้องการจำเป็น (PNI) โดยรวมเท่ากับ 0.55 2) รูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษาสู่การพัฒนาการเรียนการสอนของครูในยุคเปลี่ยนผ่าน ประกอบด้วย หลักการของรูปแบบ วัตถุประสงค์ของรูปแบบ องค์ประกอบ วิธีการดำเนินการ และเงื่อนไขความสำเร็จ และ 3) ผลตรวจสอบยืนยันรูปแบบฯ มีความถูกต้องเหมาะสม เป็นไปได้ และเป็นประโยชน์ อยู่ในระดับมากที่สุด
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ทองคำ อำไพ. (2564). การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาสำหรับ สถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. ใน ดุษฎีนิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ทิพวรรณ ถาวรโชติ. (2564). รูปแบบการนิเทศด้วยเครือข่ายความร่วมมือเพื่อส่งเสริมประสิทธิผล ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา. ใน ดุษฎีนิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยนเรศวร.
ธัญญาภรณ์ นาจำปา. (2564). การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล สำหรับโรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตภาคกลาง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. ใน ดุษฎีนิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
วราลักษณ์ อาจวิชัย. (2565). การพัฒนารูปแบบการนิเทศแบบมีส่วนร่วมเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการวัด และประเมินผลการเรียนรู้ของครูในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. ใน ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2560). รายงานผลการประเมินการศึกษา: แนวทางการพัฒนาการเรียนการสอน. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ.
สุชาติ ประสิทธิ์รัฐสินธุ์. (2555). ระเบียบวิธีการวิจัยทางสังคมศาสตร์. กรุงเทพมหานคร: สามลดา.
Fullan, M. (2001). The new meaning of educational change. (3rd ed.). New York: Teachers College Press.
Glickman, C. D. et al. (2018). Supervision and instructional leadership: A developmental approach. (10th ed.). Boston: Pearson.
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
Sergiovanni, T. J. & Starratt, R. J. (2007). Supervision: A redefinition. (8th ed.). New York: McGraw-Hill.
Trilling, B. & Fadel, C. (2009). 21st century skills: Learning for life in our times. San Francisco: Jossey-Bass.