การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อส่งเสริมความฉลาดรู้ด้านการอ่าน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานสำหรับการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ 2) พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อส่งเสริมความฉลาดรู้ด้านการอ่าน 3) ศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อส่งเสริมความฉลาดรู้ด้านการอ่าน ได้แก่ 3.1) เปรียบเทียบความฉลาดรู้ด้านการอ่านก่อนและหลังได้รับการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อส่งเสริมความฉลาดรู้ด้านการอ่าน และ 3.2) ศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อส่งเสริมความฉลาดรู้ด้านการอ่าน กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 1 ห้องเรียน จำนวน 45 คน ได้มาด้วยวิธีสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ 2) แบบวัดความฉลาดรู้ด้านการอ่าน และ 3) แบบประเมินความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ ใช้แผนการทดลองแบบกลุ่มตัวอย่างเดียวที่มีการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน สถิติที่ใช้ คือ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที ผลการวิจัยพบว่า 1) แนวคิดในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ คือ แนวทางการจัดการเรียนรู้ Active Learning 2) รูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่พัฒนาขึ้น ได้แก่ รูปแบบการเรียนรู้ MEAD AL Model 3) ผลการศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ พบว่า 3.1) คะแนนความฉลาดรู้ด้านการอ่านหลังเรียนสูงกว่าก่อนการจัดการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 คะแนนเฉลี่ยก่อนทดลองที่ 18.24 (S.D. = 3.85) ในขณะที่คะแนนเฉลี่ยหลังทดลองเท่ากับ 30.62 (S.D. = 4.12) 3.2) ระดับความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับมาก ( = 4.46, S.D. = 0.49)
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ชุติมา พุ่มสุวรรณ. (2563). การพัฒนาความสามารถในการอ่านเชิงวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นโดยใช้การเรียนรู้แบบโครงงาน. ใน วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ณัฐพงศ์ มาลี. (2560). การพัฒนาความสามารถในการอ่านเพื่อสร้างความเข้าใจ. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทิศนา แขมมณี. (2562). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 23). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธีรภัทร วงศ์หิรัญกุล. (2562). การพัฒนาทักษะการสรุปใจความสำคัญจากการอ่านโดยใช้แผนผังความคิดของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. ใน วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาไทย. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
พิชญาภา ชูสุวรรณ. (2561). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเพื่อพัฒนาความสามารถในการวิเคราะห์เนื้อหาจากการอ่านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. ใน วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. มหาวิทยาลัยบูรพา.
รังสิยา นรินทร และคณะ. (2561). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้านโดยการใช้กิจกรรมเป็นฐานในการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างความมุ่งมั่นแน่วแน่ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย. วารสารนวัตกรรมทางการศึกษา, 19(1), 57-70.
วราภรณ์ ศรีวิโรจน์. (2560). หลักการจัดการเรียนรู้. เรียกใช้เมื่อ 1 พฤษภาคม 2568 จาก http://edu.pbru.ac.th/e-media/08.pdf
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2564). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสามารถด้านการอ่านและแนวทางในการยกระดับความสามารถด้านการอ่านของนักเรียนไทย. เรียกใช้เมื่อ 2 พฤษภาคม 2568 จาก https://pisathailand.ipst.ac.th/pisa2018-reading-success-factor
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
Bonwell, C. & Eison, J. A. (1991). Active learning: Creating excitement in the classroom. Washington: ERIC Clearinghouse on Higher Education.
Freeman, S. et al. (2014). Active learning increases student performance in science, engineering, and mathematics. Proceedings of the National Academy of Sciences, 111(23), 8410-8415.
Grabe, W. & Stoller, F. L. (2011). Teaching and researching reading. (2nd ed.). New York: Routledge.
Organisation for Economic Co-operation and Development. (2019). PISA 2018 Results (Volume I): What Students Know and Can Do. Paris: OECD Publishing.
Prince, M. (2004). Does active learning work? A review of the research. Journal of Engineering Education, 93(3), 223-231.
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Cambridge: Harvard University Press.