ศึกษาตัวแบบพยากรณ์การเปลี่ยนแปลงสังคมสูงอายุ ในจังหวัดสุพรรณบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการเปลี่ยนแปลงสังคมสูงอายุที่ช่วงอายุต่างๆ และ 2) ศึกษาตัวแบบพยากรณ์สังคมสูงอายุในการเตรียมความพร้อมสังคมสูงอายุในจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นการวิจัยแบบผสานวิธีทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพร่วมกัน วิธีกลุ่มตัวอย่างและผู้ให้ข้อมูลที่สำคัญ ได้แก่ ประชาชนสูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปในจังหวัดสุพรรณบุรี สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ความถี่ และตัวแบบการวิเคราะห์ถดถอย ผลการวิจัยพบว่า 1) การเปลี่ยนแปลงสังคมสูงอายุที่ช่วงอายุต่างโดยภาพรวม มีการเปลี่ยนแปลงตลอดระยะเวลา 14 ปี ผู้สูงอายุในอำเภอที่น้อยที่สุด ได้แก่ อำเภอศรีประจันต์และอำเภออู่ทอง ส่วนผู้สูงสูงอายุในอำเภอที่มากที่สุด ได้แก่ อำเภอหนองหญ้าไซและอำเภอดอนเจดีย์ ผู้สูงอายุมีแนวโน้มสูงกว่าช่วงอายุอื่น ๆ ด้วยวิทยาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าผู้สูงอายุมีแนวโน้มอายุยืนมากขึ้น และ 2) ตัวแบบพยากรณ์สังคมสูงอายุในการเตรียมความพร้อมสังคมสูงอายุในจังหวัดสุพรรณบุรี แนวโน้มตัวแบบพยากรณ์สังคมสูงอายุมีเพิ่มมากขึ้น สามารถเขียนตัวแบบพยากรณ์จำนวนผู้สูงอายุในจังหวัดสุพรรณบุรี ได้ดังนี้ = 143,781.5 + 4,240.229 ทำนายอนาคตว่าผู้สูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในแต่ละปี จำเป็นต้องมีการวางแผนเพื่อเตรียมความพร้อมโดยได้นำข้อมูลกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นในพ.ศ. 2563 มาถอดแบบการเตรียมพร้อมเข้าสู่สังคมสูงอายุ ได้แก่ ด้านสวัสดิการสังคม ปัญหาด้านสุขภาพของผู้สูงอายุมาก เป็นต้น ทั้งนี้รัฐควรมีการช่วยเหลือให้บริการสวัสดิการต่างๆ เช่น สถานสงเคราะห์คนชรา บัตรประจำตัวผู้สูงอายุ บัตรสุขภาพเพื่อขอลดหย่อนค่ารักษาพยาบาล เพิ่มเบี้ยยังชีพ มีหน่วยบริการตรวจสุขภาพไปเยี่ยมตามบ้านที่มีผู้สูงอายุ เป็นขวัญและกำลังใจในการมีชีวิตอยู่ของผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2562). มาตรการขับเคลื่อนระเบียบวาระแห่งชาติ เรื่องสังคมสูงอายุ (ฉบับปรับปรุง) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. เรียกใช้เมื่อ 15 มีนาคม 2566 จาก https://apps.hpc.go.th/dl/web/upFile/2022/02-10230-20220203092606/8e39adbed3daa4501b4e6a82f580c968.pdf
กองสถิติสังคม สำนักงานสถิติแห่งชาติ . (2564). การสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2564. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, 1 (1), 1-193.
จันทิมา โพธิสารัตนะ และธีทัต ตรีศิริโชติ. (2561). การศึกษาคุณลักษณะหมู่บ้านเพื่อเกษียณที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อบ้านเพื่อเกษียณอายุในประเทศไทยของผู้สูงอายุชาวออสเตลีย. วารสารวิทยาลัยพาณิชยศาสตร์บูรพาปริทัศน์, 13(2), 20-39.
จินตนา อาจสันเหี๊ยะ และรัชณีย์ ป้อมทอง. (2561). แนวโน้มการดูแลผู้สูงอายุในศตวรรษที่ 21: ความท้าทายในการพยาบาล. วารสารพยาบาบทหารบก, 19(1), 39-46.
ชัชฎาภรณ์ จิตตา. (2560). แผนการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข. เรียกใช้เมื่อ 10 มีนาคม 2566 จาก https://hpc.go.th/inspect/web/fileupload/20170426 1055371WV0S3SO53C2.pdf
ปัญจพจน์ วิมลรัตนชัยศิริ. (2563). การศึกษาเปรียบเทียบพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุที่เข้าร่วม และไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในชมรมผู้สูงอายุตำบลสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี, 3(2), 52-75.
ยุพาวรรณ ทองตะนุนาม และคณะ . (2561). แนวโน้มการพัฒนารูปแบบการจัดการรายกรณีผู้สูงอายุที่ต้องการความช่วยเหลือในชุมชน กรณีศึกษาชุมชนเขตเมืองในเทศบาลนครนนทบุรี. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 12 (ฉบับพิเศษ), 61-73.
วรรณลักษณ์ เมียนเกิด. (2559). ระบบการดูแลทางสังคมสำหรับผู้สูงอายุ. วารสารสังคมศาสตร์, 24(2), 150-177.
วรวุฒิ ชมพูพานและคณะ . (2564). ผลของการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุที่มีความวิตกกังวล แบบวิถีชีวิตใหม่ในสถานการณ์การระบาดของโควิด-19. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 15(1), 81-92.
วิทมา ธรรมเจริญ และนิทัศนีย์ เจริญงาม. (2562). พยากรณ์พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุ ตำบลสองพี่น้อง จังหวัดจันทบุรี. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่, 27(5), 850-865.
สำนักวิจัยและพัฒนาระบบงานบุคคล สำนักงาน กพ. (2561). ภาครัฐกับการเตรียมความ พร้อมเข้าสู่สังคมสูงวัย. วารสารข้าราชการ , 60 (4), 1-25.
อัตถสิทธิ์ ไชยณรงค์ และคณะ. (2562). การศึกษาความสัมพันธ์ของการรับรู้ความสามารถตนเองและการรับรู้ในการปฏิบัติตนในการเดิน-วิ่งต่อ ระดับไขมันของร่างกาย รอบ เอว ดัชนีมวลกายของผู้สูงอายุ. ใน รายงานการวิจัย. มหาวิทยาลัยบูรพา.