การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ทักษะอาชีพสำหรับเด็กและเยาวชน ในกระบวนการยุติธรรม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

Main Article Content

ณัฐชนา พุทธแสง
ปิยวรรณ ทัศนาญชลี
แพรพิมพ์ สีลวานิช
อรันดา เส้นเกษ
กฤษดา นานช้า

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ทักษะอาชีพสำหรับเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดำเนินการตามระเบียบวิธีวิจัยปฏิบัติการ ผ่านกระบวนการ 4 ขั้นตอน ได้แก่ การวางแผน ลงมือปฏิบัติ สังเกตและประเมินผล และการสะท้อนผล มีการเก็บข้อมูลกับผู้ร่วมวิจัย 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มผู้เรียนจำนวน 390 คน และผู้สอน จำนวน 25 คน จากพื้นที่วิจัย 6 พื้นที่ ผลการศึกษาพบว่า รูปแบบการจัดการเรียนรู้ทักษะอาชีพสำหรับเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ 1) การรับฟังความต้องการของผู้เรียน วิทยากรต้องให้เวลารับฟังความต้องการ ความคาดหวังและข้อจำกัด เพราะผู้เรียนจะยินดีให้ความร่วมมือ เปิดใจรับฟัง มีสัมพันธภาพที่ดีระหว่างกัน 2) การจัดหาวิทยากรและจัดกระบวนการแบบการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง เป็นกระบวนการจัดบริหารจัดการภายในทีม ดังนั้นต้องมีการสื่อสารถึงเป้าหมาย แผนงาน กับทีมวิทยากรทุกท่านได้เข้าใจตรงกัน 3) การลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง เน้นการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนนิยามการเรียนรู้ ประเมินศักยภาพด้วยตนเอง จดจำด้วยประสบการณ์ ไม่มีการแข่งขันกับผู้อื่นยกเว้นแข่งขันกับตนเอง 4) การสะท้อนความคิดและยกระดับความสามารถ เป็นขั้นตอนที่ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการทบทวนภายในความคิด และทำให้คิดถึงการเพิ่มทักษะอาชีพอีกครั้ง ผลการเปลี่ยนแปลงหลังการดำเนินการวิจัย ในการศึกษาครั้งนี้พบว่าเกิดขึ้นใน 4 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านความคิดและพฤติกรรมของผู้เรียน ที่มีความกระตือรือร้นต่อการเรียน 2) ด้านบรรยากาศการอยู่ร่วมกัน มีสัมพันธภาพที่ดีขึ้น 3) ด้านนโยบายการเรียนรู้ภายในเรือนจำ ที่หน่วยงานตอบรับการศึกษาและฝึกหัดต่อด้วยตนเอง 4) ด้านคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังรายอื่น

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
พุทธแสง ณ., ทัศนาญชลี ป., สีลวานิช แ., เส้นเกษ อ., & นานช้า ก. (2023). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ทักษะอาชีพสำหรับเด็กและเยาวชน ในกระบวนการยุติธรรม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 7(9), 78–89. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/view/267376
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน. (2565). รายงานสถิติคดีประจำปี พ.ศ. 2565. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ.

กานต์รวี บุษยานนท์. (2559). รูปแบบการสอนที่สอดคล้องกับการเรียนรู้ของสมอง การพัฒนาสมอง การเรียนรู้ Brain-Targeted Teaching Model: Brain development and Learning. วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 12(2), 159-176.

จิรทีปต์ ช่วยคง และศุภรา เจริญภูมิ. (2558). ยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมสู่ความสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานของผู้ต้องขังในเรือนจำและทัณฑสถานเขต 9 อย่างเป็นรูปธรรม. วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยทักษิณ, 15(1), 168-180.

จิรายุทธิ์ อ่อนศรี. (2561). การพัฒนาแนวคิดทฤษฎีการเรียนรู้สู่การปฏิบัติในศตวรรษที่ 21 ทฤษฎี การเรียนรู้ของ Bloom (Bloom’s Taxonomy). เรียกใช้เมื่อ 28 สิงหาคม 2566 จาก http://www.nwm.ac.th/nwm/wp-content/uploads/2018/07/การพัฒนาแนวคิดทฤษฎีการเรียนรู้สู่การปฏิบัติในศตวรรษที่-21.pdf

ทิพย์เกสร กำปนาท และคณะ. (2563). พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัยตามแนวคิดของบลูมที่ปรับใหม่. วารสารบัณฑิตวิจัย, 11(2), 1-9.

ประวิทย์ ฤทธิบูลย์ และคณะ. (2559). การศึกษาการใช้นาฏกรรมบำบัดต่อความเครียดของผู้ต้องขังชายแรกเข้าในทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง จังหวัดปทุมธานี. วารสารสถาบันวัฒนธรรมและศิลปะ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 17(2), 57-70.

ผู้ให้ข้อมูลท่านที่ 2. (14 กรกฎาคม 2566). รูปแบบการจัดการเรียนรู้ทักษะอาชีพสำหรับเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม. (ปิยวรรณ ทัศนาญชลี, ผู้สัมภาษณ์)

ผู้ให้ข้อมูลท่านที่ 3. (13 กรกฎาคม 2566). รูปแบบการจัดการเรียนรู้ทักษะอาชีพสำหรับเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม. (ณัฐชนา พุทธแสง, ผู้สัมภาษณ์)

ผู้ให้ข้อมูลท่านที่ 8. (19 กรกฎาคม 2566). รูปแบบการจัดการเรียนรู้ทักษะอาชีพสำหรับเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม. (ปิยวรรณ ทัศนาญชลี, ผู้สัมภาษณ์)

พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2). (2560). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 137 ตอนที่ 63 ก หน้า 1-34 (13 มิถุนายน 2560).

ภัทรภรณ์ วงษกรณ์ และคณะ. (2561). ผลของโปรแกรมการฝึกสติต่อความเครียดในผู้ต้องขัง. วารสารพยาบาลทหารบก, 19(ฉบับพิเศษ), 269-278.

รัศมี ศรีนนท์ และคณะ. (2561). การจัดการเรียนรู้เชิงรุกในยุคไทยแลนด์ 4.0. วารสารการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร, 9(2), 331-343.

วราภรณ์ กันธิยะ และเพ็ญพักตร์ อุทิศ. (2565). ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้าของผู้ต้องขังติดเมทแอมเฟตามีน. วารสารพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 34(1), 78-91.

วารินท์พร ฟันเฟื่องฟู. (2562). การจัดการเรียนรู้ Active Learning ให้สำเร็จ. วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์ (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 9(1), 135-145.

สัญสิริ อินอุ่นโชต์ และคณะ. (2564). การพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ตามทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตนเองโดยการสร้างสรรค์ชิ้นงานร่วมกับแนวคิดการเรียนรู้แบบใช้กรณีศึกษาเป็นฐานเพื่อส่งเสริมความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม. วารสารวิชาการ ครุศาสตร์สวนสุนันทา, 5(1), 74-85.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ. (2562). แนวทางการนิเทศเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ตามนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้. กรุงเทพมหานคร: หน่วยศึกษานิเทศ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

สุชาติ สมณะ และลัดดาวรรณ ณ ระนอง. (2560). ปมของผู้ต้องขังที่มีต่อภารกิจคืนคนดีสู่สังคม. วารสาร Veridian E-Journal Silpakorn University ฉบับภาษาไทย มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ, 10(2), 1105-1114.

Bloom et al. (1956). Taxonomy of Educational Objectives, Handbook I: The Cognitive Domain. New York: David McKay Co Inc.

Chandio et al. (2017). Article Bloom's Taxonomy: Improving Assessment and Teaching- Learning Process. Journal of Education and Educational Development, 3(2), 203-221.

David, R. K. (2002). A Revision of Bloom’s Taxonomy an Overview, Theory into Practice. Theory Into Practice, 41(4), 212-218.