การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการเรียนรวมของโรงเรียนบ้านวังตาช่วย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 2
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบและแนวทางการบริหารจัดการเรียนรวมโดยการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน ที่มีความรู้และประสบการณ์ เกี่ยวกับการบริหารการศึกษาหรือการบริหารสถานศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี หรือมีวิทยฐานะระดับเชี่ยวชาญขึ้นไป หรือมีคุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอก โดยการเลือกแบบเจาะจง 2) สร้างรูปแบบฯ โดยการหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เกณฑ์การตัดสินความเหมาะสมความเป็นไปได้และความเป็นประโยชน์ จากผู้เชี่ยวชาญจำนวน 13 คน 3) ทดลองใช้รูปแบบฯ กับกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ครูโรงเรียนบ้านวังตาช่วย จำนวน 17 คน และ 4) ประเมินรูปแบบฯ โดยการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 220 คน ในปีการศึกษา 2564 และปีการศึกษา 2565 และประเมินความพึงพอใจของครู โดยใช้แบบสอบถาม ผลการวิจัยพบว่า 1) องค์ประกอบการบริหารจัดการเรียนรวม มี 5 องค์ประกอบ ได้แก่ การวินิจฉัยองค์การ วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ คุณภาพครูและคณะกรรมการการบริหารจัดการเรียน การพัฒนานักเรียน และผลลัพธ์ความสำเร็จ 2) รูปแบบการบริหารจัดการเรียนรวม มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.71, S.D. = .71) ความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด (
= 4.70, S.D. = .69) และความเป็นประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด (
= 4.72, S.D. = .66) 3) ครูสามารถปฏิบัติตามรูปแบบการบริหารจัดการเรียนรวม อยู่ในระดับมากที่สุด (
= 4.83, S.D. = .63) 4) ผลการประเมินรูปแบบ พบว่า 4.1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนปีการศึกษา 2565 สูงกว่า ปีการศึกษา 2564 (ผลการเปรียบเทียบ) 4.2) ครูมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการบริหารจัดการเรียนรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (
= 4.66, S.D. = .74)
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กนก ยนต์ชัย. (2564). การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการศึกษาเรียนร่วมหลักสูตรทวิศึกษาในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 24. วารสารบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 14(1), 75-85.
จิตราพร แก้วพรม. (2564). แนวปฏิบัติที่ดีในการบริหารจัดการเรียนร่วมโรงเรียน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ฯ, 8(2), 210-222.
ชมบุญ แย้มนาม. (2564). การศึกษารูปแบบการจัดการเรียนร่วมของผู้บริหารโรงเรียนจัดการเรียนร่วม ระดับประถมศึกษาในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
ชูศรี วงศ์รัตนะ. (2561). เทคนิคการสร้างเครื่องมือวิจัย: แนวทางการนําไปใช้อย่างมืออาชีพ. กรุงเทพมหานคร: อมรการพิมพ์.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น จำกัด.
พลธาวิน วัชรธรธำรง. (2563). การบริหารจัดการเรียนรวมโดยใช้โครงสร้างซีท (SEAT Framework) ของโรงเรียนบ้านสวนอุดมวิทยา จังหวัดชลบุรี ด้วยรูปแบบ BANSUAN@CHON1 Model. วารสารสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม, 6(1), 45-52.
โรงเรียนบ้านวังตาช่วย. (2563). รายงานการประเมินตนเอง ปีการศึกษา 2563. กำแพงเพชร: โรงเรียนบ้านวังตาช่วย.
ศรียา นิยมธรรม. (2555). Flash model กลยุทธ์ในการพัฒนาการเรียนรู้ของบุคคลที่มีความต้องการพิเศษ. กรุงเทพมหานคร: ไอ.คิว.บุ๊คเซ็นเตอร์.
สมฤดี พละวุฑิโฒทัย. (2564). การบริหารจัดการการศึกษาพิเศษในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร. ใน ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2559). การติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาเรียนรวมสำหรับเด็กพิการและเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ. กรุงเทพมหานคร: บริษัท 21.
สุมาลี รามฤทธิ์. (2559). รูปแบบการจัดการการเรียนรวมที่มีประสิทธิภาพ สำหรับสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 4. วารสารวิจัยทางการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 10(1), 181-193.
Accessibility Is Freedom. (2559). กระแสพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานแก่คณะกรรมการมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อวันศุกร์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2517. เรียกใช้เมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2565 จาก https://www.accessibilityisfreedom.org/%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9E%
E0%B9%88%E0%B8%AD/
Cronbach, L. J. (1990). Essentials of psychological testing (5th ed.). New York: Harper Collins.