การพัฒนาชุดการเรียนรู้แบบจำลองสถานการณ์การอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้เทคโนโลยี AR สำหรับนักศึกษาปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อหาประสิทธิภาพของชุดการเรียนรู้แบบจำลองสถานการณ์ การอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าโดยใช้เทคโนโลยี AR (Augmented Reality) สำหรับนักศึกษา ปีที่ 1 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจก่อนและหลังการทดลอง 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดการเรียนรู้แบบจำลองสถาณการณ์ AR ที่พัฒนาขึ้น กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี ปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร ที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชา การอ่านภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 30 คน ได้มาโดยวิธีสุ่มแบบง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ชุดการเรียนรู้แบบจำลองสถานการณ์การอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้เทคโนโลยี AR แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษ ก่อนเรียนและหลังเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจต่อการเรียน ดำเนินการทดลองจำนวน 15 คาบๆ ละ 60 นาที ผลการวิจัย พบว่า 1) ประสิทธิภาพของชุดการเรียนรู้แบบจำลองสถานการณ์การอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้เทคโนโลยี AR ที่พัฒนาขึ้นมีค่าเท่ากับ 75.56/75.06 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ 75/75 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักศึกษาที่เรียนด้วยชุดการเรียนรู้แบบจำลองสถานการณ์การอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้เทคโนโลยี AR หลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญที่สถิติที่ระดับ .01 3) ความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อชุดการเรียนรู้แบบจำลองสถานการณ์การอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้เทคโนโลยี AR โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( = 3.96, S.D. = 0.75)
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ณัฐกานต์ ภาคพรต. (2562). การพัฒนาสื่อการเรียนการสอนด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริงเพื่อพัฒนาการเรียนรู้. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 9(3), 15-23.
ณัฐญา เจริญพันธ์. (2564). ผลของการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น (7Es) ด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริงเสริม (Augmented Reality). ใน วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอนวิทยาศาสตร์. มหาวิทยาลัยบูรพา.
ธันนิกานต์ สูญสิ้นภัย. (2563). เรื่องการทบทวนนโยบายการศึกษาภาษาอังกฤษของไทย. วารสารวิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง, 9(1), 86-97.
ปัณฑ์นพ ผจญทรพรรค และคณะ. (2564). การศึกษาปัญหาการเรียนภาษาอังกฤษของคนไทย. วารสาร มจร. อุบล ปริทรรศน์, 6(3), 911-920.
ปิ่นสุดา มังคะรัตน์. (2561). การพัฒนาชุดการเรีนยรู้แบบจำลองสถานการณ์ เพื่อเสริมสร้างทักษะภาษาอังกฤษโดยใช้เทคโนโลยี AR ( Augmented Reality) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. ใน วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีและการสื่อสารการศึกษา. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
เรืองนภา ชอไชยทิศ. (2564). การพัฒนาสื่อการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีความจริงเสริมเรื่องแนะนำการใช้บริการ ของสำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. วารสารบรรณศาสตร์ มศว, 14(2), 60-75.
วิมลลักษณ์ คงสนอง. (2565). ผลของการใช้สื่อความจริงเสริมคําศัพท์ภาษาอังกฤษเพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วารสารนาคบุตรปริทรรศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช, 14(2), 161-172.
สิทธิชัย ทองชู. (2565). การพัฒนาทักษะการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้สื่อการสอนแบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม สำหรับนักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง. Journal of Modern Learning Development, 7(4), 1-9.
สุรัชพงศ์ สิกขาบัณฑิต. (2560). นโยบายประเทศไทย 4.0 : โอกาส อุปสรรค และผลประโยชน์ของไทยในภูมิภาคอาเซียน. เรียกใช้เมื่อ 18 พฤษภาคม 2565 จาก www.parliament.go.th
หทัยภัทร อัมพรไพโรจน์ และ กรวิภา สรรพกิจจำนง. (2564). ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษเรื่องสถานที่ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้หนังสือนิทาน AR ชุด The fun of travel. วารสารนวัตกรรมการศึกษาและการวิจัย, 5(2), 331-342.
Mohammad, W. et. al. (2022). Augmented Reality-Based English Language Learning: Importance and State of the Art. MDPI, Electronics, 11(17), 1-17.
Ruli, H. et al. (2023). Using Augmented Reality Flashcard to Improve English Vocabulary Mastery for Children Age 4-5 Years. ThufuLA. Jurnal Inovasi Pendidikan Guru Raudhatul Athfal, 10(2), 271-288.
Songsiengchai, S. at al. (2023). Implementing Augmented Reality (AR) for Improving EFL Students' English Listening Skills. American Research Journal of Humanities & Social Science (ARJHSS), 6(5), 34-42.