ผลของการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบ SEMERC Model ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะกีฬาเทเบิลเทนนิสของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

Main Article Content

ชนกนาถ รัตนเฉลิมวงศ์
สาธิน ประจันบาน
อนันต์ มาลารัตน์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านความรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2) เปรียบเทียบทักษะกีฬาเทเบิลเทนนิสของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 3) เปรียบเทียบความพึงพอใจของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบ SEMERC Model กลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสตรีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ ซึ่งได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม (Cluster Sampling) จำนวน 70 คน โดยแบ่งเป็นกลุ่มที่เรียนรู้ด้วยรูปแบบ SEMERC Model จำนวน 35 คน กับกลุ่มเรียนรู้ด้วยรูปแบบปกติ จำนวน 35 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบประเมินความรู้ แบบประเมินทักษะกีฬา
เทเบิลเทนนิส แบบประเมินเจตคติ และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสถิติที ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการเปรียบเทียบความรู้เกี่ยวกับกีฬาเทเบิลเทนนิส ก่อนเรียน หลังเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 พบว่า ความรู้เกี่ยวกับกีฬาเทเบิลเทนนิส กลุ่มทดลอง
หลังเรียน ดีกว่าก่อนเรียน มีความแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 2) ผลการเปรียบเทียบทักษะกีฬาเทเบิลเทนนิส ก่อนเรียน หลังเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มทดลอง หลังเรียน ดีกว่าก่อนเรียนมีความแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3) ผลการเปรียบเทียบความพึงพอใจของนักเรียนหลังเรียนด้วยรูปแบบ SEMERC Model ทุกด้านมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 จากผลการวิจัยสรุปได้ว่า การจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบ SEMERC Model สามารถพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในด้านความรู้และด้านทักษะกีฬาเทเบิลเทนนิสได้อย่างมีประสิทธิ์ผล

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
รัตนเฉลิมวงศ์ ช., ประจันบาน ส., & มาลารัตน์ อ. (2024). ผลของการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบ SEMERC Model ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะกีฬาเทเบิลเทนนิสของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 8(2), 127–137. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/view/270383
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.

กุลิสรา จิตรชญาวณิช. (2562). การจัดการเรียนรู้. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ทิศนา แขมมณี. (2560). รูปแบบการเรียนการสอน: ทางเลือกที่หลากหลาย. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ทิศนา แขมมณี. (2561). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 22). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ภูฟ้า เสวกพันธ์. (2562). การศึกษาแบบเรียนร่วม: ปฏิบัติการขั้นสูงในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. (2553). เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 11). กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.

วิทยากร เชียงกูล. (2548). เรียนลึก รู้ไว ใช้สมองอย่างมีประสิทธิภาพ. กรุงเทพมหานคร: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.

สุนันท์ หิรัตพรม. (2561). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้เทเบิลเทนนิสตามแนวการเรียนรู้ร่วมมือ เทคนิค TGT ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด, 12(2), 96-109.

Bergmann, J. & Sams, A. (2012). Flipped Your Classroom Reach Every Student in Every Class Every Day. United States of America: ASCD.

Gagne, R. (1970). The Condition of Learning. (2nd ed). New York: Rinekert and Winstin, Inc.

Likert, R. (1967). The Method of Constructing and Attitude Scale. In Reading in Fishbeic, M (Ed.), Attitude Theory and Measurement. New York: Wiley & Son.

Subban, P. (2006). Differentiated instruction: A research basis. International. Education Journal, 7(7), 935-947.

Tomlinson, C. (2001). How to Differentiate Instruction in Mixed-Ability Classrooms. (2nd ed). Virginia USA: Association for Supervision and Curriculum Development Alexandria.