การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาชุมชนกุฎีจีนอย่างยั่งยืน
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่สงผลต่อการพัฒนาชุมชนกุฎีจีนอย่างยั่งยืน เป็นวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้เครื่องมือแบบสัมภาษณ์เชิงลึกและสนทนากลุ่ม โดยเลือกแบบเจาะจง ผู้ให้ข้อมูลที่สำคัญ ได้แก่ กลุ่มผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน และตัวแทนผู้ดูแลแหล่งเรียนรู้ในชุมชน และกรรมการชุมชน จำนวน 15 คน แล้วนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์อย่างเป็นระบบด้วยวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลเนื้อหา (Content Analysis) และนำเสนอด้วยวิธีการวิเคราะห์เชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาชุมชนกุฎีจีนสามารถแบ่งออกได้
4 ประเด็นหลัก ดังนี้ 1) การเสริมสร้างพื้นที่ทางวัฒนธรรมให้กับชุมชน 2) การเสริมสร้างประชาสังคม 3) การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้องค์กรชุมชน และ 4) การเคารพสิทธิของความแตกต่างหลากหลายของพหุสังคม ปัจจุบันชุมชนกุฎีจีนเป็นชุมชนที่มีความพร้อมและความเข้มแข็งในเรื่องของความร่วมมือของชุมชน แต่ชุมชนยังขาดองค์ความรู้หรือวิธีการขั้นตอน กระบวนการในการบริหารจัดการพัฒนาชุมชน ตลอดจนการพัฒนาทุนทางวัฒนธรรมของชุมชนให้เป็นที่รู้จักหลังจากเกิดสถานการณ์โควิด-19 เกิดการหยุดชะงักของการบริหารจัดการที่ส่งผลในด้านต่าง ๆ ของชุมชน เช่น ด้านการส่งส่งเสริมการท่องเที่ยว ด้านการจัดการศึกษา ด้านเศรษฐกิจ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังพบว่า มีปัญหาของการขาดทุนอุดหนุนสนับสนุนการบริหารจัดการชุมชน การกระตุ้นให้เกิดความภาคภูมิใจภายในชุมชนกุฎีจีน ความรักและหวนแหนในความเป็นกุฎีจีน ดังนั้น สมาชิกทุกคนในชุมชนจึงต้องมีการร่วมมือกันในการแก้ไขและพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่อง จริงจัง จากปัจจัยดังกล่าวจึงต้องมีการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาชุมชนกุฎีจีนเพื่อให้เกิดกระบวนการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงเท่าทันกับสถานการณ์โลก
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กฤษฏิ์จพัฒน์ รักสัจจะ และคณะ. (2566). การออกแบบและพัฒนาของที่ระลึกชุมชนกุฎีจีนโดยใช้ลวดลายจากสถาปัตยกรรม. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 8(2), 1387-1396.
ไกรศร วันละ และกิตติ อัมพร. (2564). การขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทย. วารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์, 7(3), 56-66.
ธงชัย เลิศกาญจนาพร และสุวัฒนา ธาดานิต. (2563). การถอดบทเรียนการมีส่วนร่วมในกระบวนการคิดเชิงออกแบบ: กรณีศึกษาโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูชุมชนย่านตลาดน้อย กรุงเทพมหานคร. วารสารการบริหารและจัดการ, 10(1), 131-141.
ธีรนันท์ ช่วงพิชิต. (20 ก.ค. 2564). ชุมชนกุฎีจีนและการบริหารจัดการ. (สุปราณี ชมจุมจัง, ผู้สัมภาษณ์)
นวรัตน์ บุญภิละ. (2559). กระบวนการพัฒนาอย่างยั่งยืนของชุมชนบ้านถ่อนนาลับ ตำบลบ้านถ่อนอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี. ใน การประชุมวิชาการระดับชาติด้านการบริหารกิจการสาธารณะ ครั้งที่ 3 (The Third National Conference on Public Affairs Management) “การเปลี่ยนผ่าน และการปฏิรูปการบริหาร สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Governance Transition and Reform to Sustainable Development)” (หน้า 48 - 57). ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
ปิ่นทอง วงษ์สกุล. (20 ก.ค. 2564). ชุมชนกุฎีจีน. (สุปราณี ชมจุมจัง, ผู้สัมภาษณ์)
พอฤทัย อดใจ และกนิษฐา ชิตช่าง. (2558). ความสืบเนื่องและการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมของชาวไทย เชื้อสายโปรตุเกส: กรณีศึกษาชุมชนวัดซางตาครู้ ย่านกุฎีจีน กรุงเทพมหานคร. วารสารสหวิทยาการวิจัย: ฉบับบัณฑิตศึกษา, 4(1), 30-39.
พุทธินันต์ ภาคเจริญ. (2565). แนวทางการพัฒนาชุมชนหมู่บ้านไปสู่ความยั่งยืนในบริบทของสังคมเมือง กรณีศึกษา หมู่บ้านดงยาง หมู่ที่ 12 ตำบลสวนกล้วย อำเภอบ้านดป่ง จังหวัดราชบุรี. ใน วิทยานิพนธ์ศิลปะศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการภาครัฐและภาคเอกชน. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
รจเรธ ปรีกราน และฉัตรวรัญ องคสิงห์. (2562). นวัตกรรมการจัดการตลาดชุมชนเชิงสร้างสรรค์ในพื้นที่ปากคลองตลาด. วารสารสหวิทยาการวิจัย: ฉบับบัณฑิตศึกษา, 8(2), 125-133.
วิสินี มณีประสิทธิ์. (2 ก.ค. 2564). ชุมชนกุฎีจีน. (สุปราณี ชมจุมจัง, ผู้สัมภาษณ์)
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2559). สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เรื่อง “แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12”. เรียกใช้เมื่อ 20 พฤษภาคม 2563 จาก https://drive.google.com/file/d/1VXj7xULoiyzJsNIOHo3zbkFNG5dntc0V/view
สุภรณ์ อัตถาวงศ์ และคณะ. (2564). ยุทธศาสตร์การพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวทางแม่น้ำเจ้าพระยา สำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 6(2), 362-374.
อวิกา สุปินะ. (2565). แนวทางการยกระดับการส่งเสริมการเรียนรู้ชุมชนย่านกะดีจีน. ใน วิทยานิพนธ์ศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการสังคม. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
อำพรรณ นิ่มเชียง. (30 ก.ค. 2564). ประวัติความเป็นมาของชุมชนกุฎีจีน. (สุปราณี ชมจุมจัง, ผู้สัมภาษณ์)