การพัฒนาโปรแกรมดูแลตนเองด้านการยศาสตร์เกี่ยวกับกล้ามเนื้อและกระดูก โครงร่างในกลุ่มอาชีพเกษตรกรชาวนาโดยประยุกต์ใช้ยางยืด ร่วมกับการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาปัญหาและพัฒนาโปรแกรมการดูแลตนเองด้านการยศาสตร์เกี่ยวกับกล้ามเนื้อและกระดูกโครงร่างในกลุ่มอาชีพเกษตรกรชาวนาโดยประยุกต์ใช้ยางยืดร่วมกับการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เป็นการวิจัยเชิงพัฒนา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ เกษตรกรชาวนา ตำบลท่าน้ำอ้อย อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 195 คน เลือกกลุ่มตัวอย่างด้วยสัดส่วนจากตารางของเครจซี่และมอร์แกน เก็บรวบรวมข้อมูล จากแบบประเมินท่าทางการเคลื่อนไหวด้วยวิธี REBA เพื่อประเมินความเสี่ยงด้านการยศาสตร์ และประเมินความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อและกระดูกโครงร่าง กับแนวคิดการดูแลตนเองของโอเร็มและแนวคิดการออกกำลังกายด้วยยางยืดและการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ และบูรณาการองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องพัฒนาโปรแกรมฯ ตรวจสอบคุณภาพและประเมินประสิทธิภาพ นำไปทดลองใช้กับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 20 คน ใช้สถิติพื้นฐานและวิเคราะห์เชิงคุณภาพ ผลการวิจัยพบว่า ปัญหาและพัฒนาโปรแกรมการดูแลตนเองด้านการยศาสตร์เกี่ยวกับกล้ามเนื้อและกระดูก โครงร่างในกลุ่มอาชีพเกษตรกรชาวนา โดยประยุกต์ใช้ยางยืดร่วมกับการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ มีความเสี่ยงด้านการ ยศาสตร์อยู่ในระดับสูงมาก (8.55 ± 2.72) ส่งผลต่อระดับความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อและกระดูกโครงร่างในระดับสูง (3.31 ± 1.17) การพัฒนาโปรแกรมการดูแลตนเองด้านการยศาสตร์เกี่ยวกับกล้ามเนื้อและกระดูกโครงร่างในกลุ่มอาชีพเกษตรกร โดยประยุกต์ใช้ยางยืดร่วมกับการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ใช้ในการแก้ปัญหา และนำไปตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา เท่ากับ 0.95 ผลการทดลองใช้และประเมินประสิทธิภาพของโปรแกรมฯ ในภาพรวม 4 ด้าน ได้แก่ มาตรฐานด้านความเหมาะสม, มาตรฐานด้านความเป็นประโยชน์, มาตรฐานด้านความเป็นไปได้ และมาตรฐานด้านความถูกต้อง อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.52)
Article Details
เอกสารอ้างอิง
เจริญ กระบวนรัตน์. (2550). ยางยืดชีวิตพิชิตโรค. กรุงเทพมหานคร: บริษัท แกรนด์สปอร์ต กรุ๊ปจํากัด.
ดาริวรรณ เศรษฐีธรรม และคณะ. (2556). พฤติกรรมเสี่ยงและปัจจัยที่ส่งผลต่อสภาวะสุขภาพของเกษตรกรทำนา. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์, 6(2), 4-12.
นรินทร์รัตน์ เพชรรัตน์ และจิราพร เกศพิชญวัฒนา. (2557). ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองต่อการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันและคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของผู้สูงอายุโรคข้อเสื่อม. วารสารสภาการพยาบาล, 29(2), 127-140.
รุ้งทิพย์ พันธุเมธากุล และคณะ. (2555). ความชุกของภาวะความผิดปกติของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อในชาวนา: กรณีศึกษาตำบลศิลา อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น. วารสารเทคนิคการแพทย์และกายภาพบำบัด, 23(3), 297-330.
วารุณี พันธ์วงศ์ และกาญจนา ปินตาคำ. (2560). ปัจจัยคุกคามต่อสุขภาพของเกษตรกรชาวนาไทย: กรณีศึกษา ชาวนา ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย. วารสารการวิจัย กาสะลองคำ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, 11(พิเศษ), 125-133.
สุวัสสา เพ็งสีแสง. (2552). ปัญหาด้านการยศาสตร์และปัจจัยที่เกี่ยวข้องในชาวนา ตำบลศรีวิชัย อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร. ใน วิทยานิพนธ์สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุข. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
Akuthota, V. & Nadler, S. F. C. (2004). Strengthening. Archives of Physical Medicine and Rehabilitation, 85(3 Suppl 1), 86-92.
IEA. (2000). International Ergonomics Association: Triennial Report. Santa Monica, CA: IEA Press.
Khayal, O. M. E. S. (2019). Human factors and ergonomics. Atbara, Sudan: Nile Valley University.
Kibler, W. B. et al. (2006). The role of core stability in athletic function. Sport Medicine, 36(3), 189-98.
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
Orem, D. E. (2001). Nursing: Concepts of practice. (6th ed.). St. Louis, Missouri: Mosby Year book.