กระบวนทัศน์การบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อความเท่าเทียมโรงเรียนพื้นที่สูง ในถิ่นทุรกันดาร จังหวัดเชียงใหม่

Main Article Content

เยาวลักษณ์ เกษรเกศรา
ชูชีพ พุทธประเสิรฐ
ภูเบศ พวงแก้ว
สำเนา หมื่นแจ่ม

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และแนวทางการบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อความเท่าเทียมโรงเรียนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร จังหวัดเชียงใหม่ และ 2) สร้าง ตรวจสอบและประเมินกระบวนทัศน์การบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อความเท่าเทียมโรงเรียนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร จังหวัดเชียงใหม่ การวิจัยนี้เป็นวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มผู้ให้ข้อมูล เป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการโรงเรียนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา ตัวแทนครูและผู้ปกครอง ตัวแทนชุมชน โดยใช้กระบวนการตรวจเยี่ยมสถานที่ปฏิบัติงาน (Site Visit) การประชุมเชิงปฏิบัติการ (Work Shop) การสัมภาษณ์ (Interview) และการประชาพิจารณ์ (Public Hearings) เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสัมภาษณ์ แบบสังเกต แบบบันทึกการประชุมเชิงปฏิบัติการและ แบบตรวจสอบและประเมินกระบวนทัศน์ วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบัน ปัญหาในการบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร จังหวัดเชียงใหม่ พบว่า แต่ละโรงเรียนมีความยุ่งยากในการบริหารจัดการแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิศาสตร์ การคมนาคม ความหลากหลายของชาติพันธุ์ ระบบสาธารณูปโภค และสภาพเศรษฐกิจของชุมชน แนวทางในการบริหาร คือ ควรสร้างภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา และ 2) กระบวนทัศน์การบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อความเท่าเทียมโรงเรียนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วย กระบวนทัศน์เชิงหลักการ กระบวนทัศน์เชิงนโยบาย กระบวนทัศน์เชิงบริหารจัดการ กระบวนทัศน์เชิงปฏิบัติ และกระบวนทัศน์เชิงประเมิน โดยผลการตรวจสอบ พบว่า มีความถูกต้องและเหมาะสมทุกองค์ประกอบ และผลการประเมินกระบวนทัศน์ มีความเป็นไปได้และมีความเป็นประโยชน์ในระดับคุณภาพมากที่สุด

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เกษรเกศรา เ., พุทธประเสิรฐ ช., พวงแก้ว ภ., & หมื่นแจ่ม ส. (2024). กระบวนทัศน์การบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อความเท่าเทียมโรงเรียนพื้นที่สูง ในถิ่นทุรกันดาร จังหวัดเชียงใหม่. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 8(12), 56–70. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/view/278635
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา. (2561). “เชียงใหม่” ประกาศวาระเร่งด่วน “แก้เหลื่อมล้ำการศึกษา” ผนึกเครือข่ายภาคเหนือจับมือ กสศ. นำการเรียนรู้ไปให้ถึงเด็กห่างไกล. เรียกใช้เมื่อ 1 กันยายน 2567 จาก https://www.eef.or.th/news-300623/

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.

ประเวศ เวชชะ. (2565). รูปแบบและกลไกการมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา โรงเรียนในถิ่นทุรกันดารห่างไกลบนพื้นที่สูงภาคเหนือประเทศ. วารสารการบริหารการศึกษาและภาวะผู้นำ, 7(25), 10-18.

โพธิ์สิทธิ์ มรรคด. (2563). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนในเขตพื้นที่สูงและทุรกันดาร ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี. ใน วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์. มหาวิทยาลัยศรีปทุม.

มนต์นภัส มโนการณ์. (2560). การสังเคราะห์การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานบนพื้นที่สูงและทุรกันดาร. วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 18(1), 41-51.

ศุภโชค ปิยะสันติ์. (2558). รูปแบบการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกอบอาชีพสำหรับโรงเรียนในพื้นที่สูงและถิ่นทุรกันดารบทเรียนจากโรงเรียนที่มีวิธีปฏิบัติที่ดี. วารสารการวิจัยกาสะลองคำมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, 9(2), 175-189.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2559). รายงานสภาวะการศึกษาไทย ปี 2557/2558 จะปฏิรูปการศึกษาไทยให้ทันโลกศตวรรษที่ 21 ได้อย่างไร. กรุงเทพมหานคร: บริษัทพิมพ์ดีการพิมพ์.

สำเนา หมื่นแจ่ม. (2555). องค์ประกอบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานบนพื้นที่สูง. ใน ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาผู้นำการทางการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.

Bermeo, E. (2014). South Korea’s successful education system: lessons and policy implications for Peru. Korean Soc Sci J, 41(2), 135-151.

Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.