การเสริมพลังเพื่อการพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืนของเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยกลุ่มลูกหนี้ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดกาญจนบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการเป็นหนี้ของเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยกลุ่มลูกหนี้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดกาญจนบุรี 2) พัฒนารูปแบบการเสริมพลังเกษตรกรให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ตามแนวคิด BCG Model และ 3) เสนอแนวทางการเสริมพลังสำหรับเกษตรกร ให้สามารถลดการเป็นหนี้และพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี คือ การวิจัยเชิงปริมาณ เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่างที่ทำการคัดเลือกแบบเจาะจง จากเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยกลุ่มลูกหนี้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 192 ตัวอย่าง ทำการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติโดยการหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ในการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่มเฉพาะกับผู้ทรงคุณวุฒิ รวม 22 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยวิเคราะห์เชิงเนื้อหาประกอบบริบทแบบพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า 1) ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเป็นหนี้ที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด คือ ปัจจัยแทรกอื่น ๆ มีค่าเฉลี่ย 4.12 อยู่ในระดับมีผลมาก รองลงมา คือ ปัจจัยภายนอก มีค่าเฉลี่ย 3.83 อยู่ในระดับมีผลมาก และปัจจัยเกี่ยวกับการปลูกอ้อย มีค่าเฉลี่ย 3.63 อยู่ระดับปานกลาง 2) การพัฒนารูปแบบการเสริมพลังเกษตรกรตามแนวคิด BCG Model คือ ด้านเศรษฐกิจชีวภาพ เช่น การนำซากอ้อย มาทำเป็นพลังงานทดแทน ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน เช่น การนำซังอ้อยมาทำวัสดุสำหรับปลูกเห็ดฝาง และด้านเศรษฐกิจสีเขียว เช่น การไม่เผาใบอ้อยแต่แต่งใบอ้อยเป็นปุ๋ยหมักในแปลง และ 3) รูปแบบการเสริมพลังเกษตรกรผู้ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน เช่น การพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ในการจัดระบบหนี้สิน การรวมกลุ่มเกษตรกรเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กวิน มุสิกา และคณะ. (2562). แนวทางการบริหารหนี้สินเกษตรกรไทย. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 7(1), 111-125.
ณัชนันทน์ อัครเดชาพณิช และทตมัล แสงสว่าง. (2564). การวิเคราะห์หาต้นทุนและผลตอบแทนจากการลงทุนปลูกอ้อยของชาวไร่อ้อยในอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ปีการเพาะปลูก 2562/2563. วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 11(2), 1-14.
ปิยะดา แนวประเสริฐ และวณิชชา ณรงค์ชัย. (2566). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการจัดการความเสี่ยงของครัวเรือนเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารราชภัฏสุราษฎร์ธานี, 10(2), 239-268.
พรทิพย์ แสงช่วง และศิวพงศ์ ธีรอำพน. (2564). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเป็นหนี้นอกระบบของประชาชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล. วารสารรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 4(2), 59-69.
พระมหาบุญเลิศ ช่วยธานี และคณะ. (2566). รูปแบบการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการดำรงชีพจากวิถีเศรษฐกิจแบบพึ่งตลาดสู่วิถีเศรษฐกิจแบบพึ่งตนเองบนพื้นฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง. วารสารวิจยวิชาการ, 6(3), 1-16.
แพรวไพลิน จันทรโพธิ์ศรี และคณะ. (2567). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเป็นหนี้ของครัวเรือนเกษตรกร กรณีศึกษาอำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม. วารสารการจัดการและการพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 11(1), 227-240.
ภัสร์ชนกรัชย์ อยู่รอต และสุริยะใส กตะศิลา. (2566). นวัตกรรมสังคมเพื่อการสนับสนุนเกษตรกรของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร. วารสารธรรมเพื่อชีวิต, 29(3), 120-133.
สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร. (2566). รายงานการประเมินผลการดำเนินงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดกาญจนบุรี. กาญจนบุรี: เมืองกาญจน์การพิมพ์.
สุพัตรา กันนุช. (2566). รูปแบบการลดปัญหาหนี้สินตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของกลุ่มแรงงานนอกระบบ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี, 17(2), 170-181.
เสาวนีย์ สมันต์ตรีพร และคณะ. (2563). การบริหารความเสี่ยงและอันตรายของเกษตรกรผู้ปลูกพืชไร่ จังหวัดนครสวรรค์. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 8(1), 268-278.