ปัจจัยเชิงสาเหตุของคุณภาพการให้บริการด้านโลจิสติกส์ที่มีต่อความตั้งใจในการยอมรับการปฏิบัติตามการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ให้บริการโลจิสติกส์ขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุของคุณภาพการให้บริการด้านโลจิสติกส์ฯ ศึกษาอิทธิพลของความพึงพอใจมีผลต่อความตั้งใจฯ และเสนอแนวทางการพัฒนาบุคลากรการให้บริการด้านโลจิสติกส์ฯ เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหาร หัวหน้างาน และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง จำนวน 400 ราย ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ผู้บริหารระดับสูง หัวหน้างาน และบุคลากรที่รับผิดชอบ จำนวน 30 คน เลือกแบบเจาะจง เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสอบถาม การสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้าง และการสนทนากลุ่ม สถิติการวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และใช้โปรแกรม LISREL วิเคราะห์ธีม วิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยเชิงสาเหตุของคุณภาพการให้บริการด้านโลจิสติกส์ฯ ได้แก่ 1) ค่าเฉลี่ยของตัวแปรมีแนวโน้มให้คะแนนในระดับสูง โดยตัวแปร (SP) มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ส่วนค่า (OP) มีค่าต่ำสุด และ 2) องค์ประกอบเชิงยืนยันความเป็นธรรมของข้อมูล อยู่ในระดับที่ดีมาก อิทธิพลของความพึงพอใจมีผลต่อความตั้งใจในการยอมรับการปฏิบัติตามการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ให้บริการโลจิสติกส์ฯ มีดังนี้ อิทธิพลต่อความเป็นธรรมในการจัดการข้อมูลลูกค้า และความพึงพอใจของลูกค้า ส่งผลต่อความตั้งใจในการปฏิบัติตามโดยตรง และแนวทางการพัฒนาการพัฒนาบุคลากรการให้บริการด้านโลจิสติกสฯ มีดังนี้ 1) การพัฒนาทักษะบุคลากรด้านการบริหารจัดการข้อมูล 2) เสริมสร้างความโปร่งใสและการสื่อสารกับลูกค้า 3) ปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล 4) กำหนดแนวทางการบริหารจัดการข้อมูลให้เป็นระบบ และ 5) ส่งเสริมการใช้มาตรฐานสากลในการบริหารข้อมูล
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ธานินทร์ ศิลป์จารุ. (2563). การวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วย SPSS และ AMOS. (พิมพ์ครั้งที่ 18). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์บิสซิเนสอาร์แอนด์ดี.
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล. (2566). แนวปฏิบัติสำหรับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล. เรียกใช้เมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 2567 จาก https://www.pdpc.or.th/pdpc-book/pdpc-guidelines/
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2565). รายงานภาวะเศรษฐกิจและแนวโน้มปี 2565. เรียกใช้เมื่อ 15 เมษายน 2567 จาก https://www.nesdc.go.th/ewt_dl_link.php?nid=12810
สำนักงานที่ปรึกษาการศุลกากร ณ กรุงบรัสเซลส์. (2562). ภาพรวมของกลไกของ EU ในการถ่ายโอนและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศที่สาม. CPMU News, 4(4), 5-7.
Colesky, M. et al. (2016). A critical analysis of privacy design strategies. In 2016 IEEE security and privacy workshops (SPW). IEEE.
European Data Protection Board. (2017). Guidelines on data protection impact assessment (DPIA) and determining whether processing is “likely to result in a high risk” for the purposes of Regulation 2016/679 (WP248). Retrieved April 15, 2024, from https://ec.europa.eu/newsroom/article29/items/611236/en
Fuster, G. G. (2014). The emergence of personal data protection as a fundamental right of the EU (Vol. 16). Brussels: Springer Science & Business.
Gefen, D. et al. (2003). Trust and TAM in online shopping: An integrated model. MIS quarterly, 27(1), 51-90.
Kline, R. B. (2016). Principles and Practice of Structural Equation Modeling. New York: The Guilford Press.
Kuner, C. (2010). Data protection law and international jurisdiction on the Internet (part 1). International Journal of Law and Information Technology, 18(2), 176-193.
Lee, J. et al. (2022). Investigating perceptions about risk of data breaches in financial institutions: A routine Activity-approach. Computers & Security, 121(2), 102832.