การศึกษาองค์ประกอบภาวะผู้นำแบบครอบคลุมของผู้บริหารโรงเรียน

Main Article Content

อริศรา เศษรักษา
วาโร เพ็งสวัสดิ์
เอกลักษณ์ เพียสา

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีมุ่งหมายเพื่อศึกษาและกำหนดองค์ประกอบภาวะผู้นำแบบครอบคลุมของผู้บริหารโรงเรียน โดยใช้ระเบียบวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ กระบวนการวิจัยแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนสำคัญ คือ ขั้นตอนที่ 1 การสังเคราะห์องค์ประกอบภาวะผู้นำแบบครอบคลุมจากการศึกษาเอกสาร แนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง จำนวนทั้งสิ้น 8 แหล่ง แล้วนำผลการสังเคราะห์มาคัดเลือกเฉพาะองค์ประกอบที่ปรากฏซ้ำและมีค่าความถี่ร้อยละ 50 ขึ้นไป เพื่อกำหนดเป็นองค์ประกอบเบื้องต้น ขั้นตอนที่ 2 การเก็บข้อมูลเชิงลึกจากการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน ซึ่งเลือกแบบเจาะจง โดยใช้การสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 ข้อมูลพื้นฐานของผู้ให้สัมภาษณ์ และตอนที่ 2 ความคิดเห็นเกี่ยวกับองค์ประกอบภาวะผู้นำแบบครอบคลุมของผู้บริหารโรงเรียน ข้อมูลที่ได้ถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงและพัฒนาองค์ประกอบให้มีความครอบคลุมและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และขั้นตอนที่ 3 การประเมินความเหมาะสมองค์ประกอบภาวะผู้แบบครอบคลุมของผู้บริหารโรงเรียนที่ผ่านการสังเคราะห์และปรับปรุง โดยอาศัยการประเมินจากผู้ทรงวุฒิ 5 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสังเคราะห์เอกสารแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง และแบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ข้อมูลที่ได้ถูกวิเคราะห์ด้วยสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยสรุปได้ว่า องค์ประกอบภาวะผู้นำแบบครอบคลุม มี 4 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงาน 2) การมีส่วนร่วม 3) การตัดสินใจ และ 4) ความฉลาดทางวัฒนธรรม ซึ่งองค์ประกอบทั้งสี่สะท้อนถึงภาวะผู้นำที่สามารถสร้างความเข้าใจ ความร่วมมือ และการจัดการที่เหมาะสมต่อความแตกต่างที่หลากหลายภายในโรงเรียน อันจะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการสถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เศษรักษา อ., เพ็งสวัสดิ์ ว., & เพียสา เ. (2025). การศึกษาองค์ประกอบภาวะผู้นำแบบครอบคลุมของผู้บริหารโรงเรียน. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 9(9), 208–221. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/view/287824
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

นันทนา เจริญสุข. (2563). การพัฒนาตัวบ่งชี้ภาวะผู้นำแบบครอบคลุมของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาภาคตะวันออก สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. ใน วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิตสาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยบูรพา.

บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.

พระมหาสมบูรณ์ สุธมฺโม. (2557). บทบาทของผู้บริหารในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ฯ, 1(1), 89-102.

วนิดา แสนอินต๊ะ และเอกราช โฆษิตพิมานเวช. (2565). การพัฒนากลยุทธ์เพื่อการบริหารโรงเรียนเอกชนในสังคมไทยปัจจุบันโดยใช้ SOAR Analysis. วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น, 9(2), 51-63.

สมภพ เพ็ญจันทร์. (15 มี.ค. 2562). แบบแผนในการเรียนการสอนนาฏศิลป์พื้นบ้าน. (เนตรนภิส พัฒนเจริญ, ผู้สัมภาษณ์)

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ. (2566). แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ. 2566 - 2567). บึงกาฬ: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ.

Bush, T. (2020). Theories of Educational Leadership and Management. (5th ed.). London: Sage.

Carmeli, A. et al. (2010). Inclusive Leadership and Employee Involvement in Creative Tasks in the Workplace: The Mediating Role of Psychological Safety. Creativity Research Journal, 22, 250-260. https://doi.org/10.1080/10400419.2010.504654.

Deloitte, R. (2013). The six signature traits of inclusive leadership Thriving in a diverse new world. Retrieved April 14, 2016, from https://www.deloitte.com/us/en/insights/topics/talent/six-signature-traits-of-inclusive-leadership.html

Dillon, B. & Bourke, J. (2016). The six signature trails of inclusive leadership: Thriving ina diverse new world. Westlake: Deloittle University Press.

Earley, P. C. & Ang, S. (2003). Cultural intelligence: Individual interactions across cultures. Stanford Business Books: Standford, CA.

EU Project. (2018). Inclusive leadership: Theoretical framework. EU project: The European Commission.

Evans, K. G. (2002). Leadership workshop. Education, 28(1), 123-137.

Ferdman, B. M. & Deane, B. R. (2014). Diversity at work: The practice of inclusion. San Francisco, CA: Jossey-Bass.

Ferry, K. (2019). Building up organizational commitment of Generation Z. Journal of Social Innovation and Lifelong Learning, 13(3), 10-25.

Fullan, M. (2014). Leading in a culture of change. San Francisco, CA: Jossey-Bass.

Gallegos, P. V. (2014). The work of inclusive leadership: Fostering authentic relationships. In B. Ferdman & B. Deane (Eds.), Diversity at work: The practice of inclusion (pp. 177-202). Jossey-Bass: Wiley.

Hallinger, P. & Heck, R. H. (2010). Leadership for Learning: Does Collaborative Leadership Make a Difference in School Improvement? Educational Management Administration and Leadership, 38, 654-678. https://doi.org/10.1177/1741143210379060.

Leithwood, K. & Jantzi, D. (2006). Transformational school leadership: Its effects onstudents, teachers and their classroom practices. School Effectiveness andSchool Improvement, 17(2), 201-227.

Ryan, R. M. & Deci, E. L. (2000). Self-determination theory and the facilitation of intrinsic motivation, social development, and well-being. American Psychologist, 55(1), 68-78.

Smith, V. (1989). Host and Guests: The anthropology of Tourism. Philadelphia: University of Pennsylvania Press.

Wuffli, P. A. (2016). Inclusive leadership: A framework for the global Era. Switzerland: Springer International Publishing.

Zhang, X. & Zhao, Y. (2019). A discussion on Task-based Teaching of intermediate and advanced oral Chinese as a foreign language. Literature Education, 13(2), 92-93.