การประเมินศักยภาพของสิ่งแวดล้อมเชิงระบบในพื้นที่บึงขุนทะเล จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มุ่งประเมินศักยภาพของระบบสิ่งแวดล้อมเชิงระบบของบึงขุนทะเล จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิดสิ่งแวดล้อมสร้างสรรค์ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพและปริมาณ โดยใช้เครื่องมือวิจัย ประกอบด้วย แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ และแบบสังเกตพฤติกรรมกับกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 4 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มทำงานด้านท่องเที่ยว 2) กลุ่มสนับสนุนระบบห่วงโซ่การท่องเที่ยว 3) กลุ่มนักท่องเที่ยว และ 4) กลุ่มองค์กรของรัฐที่มีบทบาทด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและท่องเที่ยว การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยการวิเคราะห์เนื้อหา ทำการเชื่อมโยง สรุปประเด็น ตีความหมาย และนำเสนอข้อมูล ส่วนวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ ได้แก่ ความถี่ และร้อยละ ผลการศึกษาระบุได้ว่า 1) บึงขุนทะเลยังคงรักษาศักยภาพทางนิเวศ ทั้งในด้านความหลากหลายทางชีวภาพ พรรณไม้น้ำ และสัตว์น้ำพื้นถิ่น ตลอดจนทัศนียภาพที่สวยงามซึ่งเอื้อต่อการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างยั่งยืน กลุ่มนักท่องเที่ยวยังคงให้ความสนใจต่อกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต วัฒนธรรม และความเชื่อของชุมชน ชุมชนมีความเข้มแข็งในรูปวิสาหกิจชุมชน แต่ยังขาดกลไกการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมในระดับนโยบายและเชิงพื้นที่ จุดเด่น คือ การมีทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรท้องถิ่นที่สามารถพัฒนาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์หรือกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ได้ พบอุปสรรคด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบประชาสัมพันธ์ และการบูรณาการระหว่างภาคีเครือข่ายที่ยังไม่เป็นระบบ และ 2) ควรเพิ่มการจัดการพื้นที่แบบองค์รวม โดยใช้หลัก “Eco-Creative Design” ออกแบบกิจกรรมท่องเที่ยวร่วมกับชุมชน การสร้างศูนย์เศรษฐกิจสร้างสรรค์ การฟื้นฟูทรัพยากรอย่างมีส่วนร่วม จะสามารถสะท้อนรูปแบบการพัฒนาการท่องเที่ยวที่สมดุลในพื้นที่บึงขุนทะเลได้อย่างแท้จริงและยั่งยืน
Article Details
เอกสารอ้างอิง
นรา พงษ์พานิชย์ และคณะ. (2567). การศึกษาความเหมาะสมในการบริหารจัดการพื้นที่บึงขุนทะเล อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฏร์ธานี. วารสาร มจร พุทธปัญญาปริทรรศน์, 9(6), 288-308.
บริษัท วี-คอน เอ็นไวรอนเมนทอล แอนด์ เทคโนโลยี จำกัด. (2564). การสำรวจสถานภาพแหล่งกำเนิดมลพิษบริเวณรอบบึงขุนทะเล อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี. กรุงเทพมหานคร: บริษัท วี-คอน เอ็นไวรอนเมนทอล แอนด์ เทคโนโลยี จำกัด.
พงษ์เทพ แก้วเสถียร. (2564). แนวทางการพัฒนาศักยภาพของกลุ่มประมงพื้นบ้านในบริบทการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมชายฝั่งทะเลภาคใต้. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 8(10), 19-35.
ภาวิณี แก้วตาทิพย์. (2559). ศักยภาพและแนวทางแนวการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในพื้นที่บึงขุนทะเลจังหวัดสุราษฏร์ธานี. ใน วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการสิ่งแวดล้อม. มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2565). เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 139 ตอนพิเศษ 258 ง หน้า 1 (1 พฤศจิกายน 2565).
สุดถนอม ตันเจริญ. (2560). การจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนกับการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของชุมชนบางขันแตก จังหวัดสมุทรสงคราม. วารสารวิชาการท่องเที่ยวไทยนานาชาติ, 13(2), 1-24.
องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน). (2563). คู่มือการบริหาร จัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน. เรียกใช้เมื่อ 1 สิงหาคม 2568 จาก https://www.dasta.or.th/th/article/2990
Ahyani, A. et al. (2025). Green Mobility. Implementation Strategy: A SWOT Analysis Approach. Jurnal Penelitian Sekolah Tinggi Transportasi Darat, 15(2), 88-102.
Kothari, C. R. (2004). Research methodology: Methods and techniques. (2nd ed.). New Delhi,India: New Age International (P) Ltd., Publishers.
Milijić, S. et al. (2010). Approach to identification and development of mountain tourism regions and destinations in Serbia with special reference to the Stara Planina mountain. Spatium, 2010(22), 19-28.
Risteski, M. et al. (2012). Spatial Planning and Sustainable Tourism as Basis for Developing Competitive Tourist Destinations. Procedia. Social and Behavioral Sciences, 44(5), 375-386.
Smithwick, E. et al. (2023). Regenerative landscape design: an integrative framework to enhance sustainability planning. Ecology and Society, 28(4), 56-70.
Vickery, J. (2015). Creative economy report 2013 special edition: widening local developmentpathways. Cultural Trends, 24(2), 189-193.