การเสริมพลังสมรรถนะบุคลากรการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา: โครงร่างฐานข้อมูลสำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประสบการณ์

Main Article Content

นราธิป ธีรธนาธร
ธนวัฒน์ บุรีรัตน์
ศิวพร ถาวรวงศา
จาตุรนต์ ชุติธรพงษ์
พลอยชมพู สุขทร

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาภาคีที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรด้านการท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและความเชื่อ และ 2) ประเมินสมรรถนะของบุคลากรด้านการท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและความเชื่อในจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี กลุ่มตัวอย่างการวิจัยเชิงปริมาณ ได้แก่ บุคลากรด้านการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา จำนวน 140 คน และผู้ให้ข้อมูลสำคัญการวิจัยเชิงคุณภาพ ได้แก่ ภาครัฐ ผู้ประกอบการ ชุมชน และภาคการศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบประเมินสมรรถนะของบุคลากร และการสัมภาษณ์เชิงลึก สถิติในการวิจัย ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า ภาคีที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรด้านการท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและความเชื่อ ได้แก่ ภาครัฐ ผู้ประกอบการ ชุมชน และภาคการศึกษา สมรรถนะของบุคลากรด้านการท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและความเชื่อ โดยรวมอยู่ในระดับดี ซึ่งด้านทัศนคติอยู่ในระดับดีมาก สะท้อนถึงความศรัทธา ความภาคภูมิใจในท้องถิ่น และความมุ่งมั่นในการให้บริการอย่างมีคุณภาพ ทั้งนี้ ยังพบช่องว่างสมรรถนะสำคัญ ได้แก่ ทักษะการเล่าเรื่องการสื่อสารภาษาต่างประเทศในบริบทศาสนา และการประยุกต์ใช้การตลาดดิจิทัล ผลการวิเคราะห์นำไปสู่การพัฒนา “โครงร่างฐานข้อมูลสมรรถนะเชิงบูรณาการ” ที่จำแนกสมรรถนะออกเป็น 3 มิติ ได้แก่ ความรู้ ทักษะ และทัศนคติ โดยเชื่อมโยงกับบทบาทของภาคีเครือข่ายทั้ง 4 กลุ่ม สามารถใช้ในการออกแบบหลักสูตรฝึกอบรมเชิงเสริมพลัง เพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากรอย่างยั่งยืน จนเกิดเป็นกรอบแนวคิดใหม่ที่เรียกว่า “Faith-Based Tourism Competency Empowerment Model” (FBT-CEM) ขยายความเข้าใจเรื่องการเสริมพลังสมรรถนะในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และในทางปฏิบัติ ที่สามารถใช้พัฒนาทุนมนุษย์อย่างยั่งยืนในแหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธา และขับเคลื่อนเศรษฐกิจประสบการณ์ในระดับพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ธีรธนาธร น., บุรีรัตน์ ธ., ถาวรวงศา ศ., ชุติธรพงษ์ จ., & สุขทร พ. (2025). การเสริมพลังสมรรถนะบุคลากรการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา: โครงร่างฐานข้อมูลสำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประสบการณ์. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 9(11), 191–203. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/view/289633
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2549). แผนแม่บทการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศ. กรุงเทพมหานคร: กรมการท่องเที่ยว.

ชูเกียรติ พลอยประไพ. (2566). การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน: บทบาทของภาคีเครือข่ายและการบริหารจัดการในท้องถิ่น. วารสารบริหารการท่องเที่ยว, 18(1), 120-135.

สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช. (2564). แผนพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช พ.ศ. 2565 - 2570. นครศรีธรรมราช: สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด นครศรีธรรมราช.

Boyatzis, R. E. (1982). The competent manager: A model for effective performance. New York: John Wiley & Sons.

Conger, J. A. & Kanungo, R. N. (1988). The empowerment process: Integrating theory and practice. The Academy of Management Review, 13(3), 471-482.

Nonaka, I. & Takeuchi, H. (1995). The knowledge-creating company: How Japanese companies create the dynamics of innovation. New York: Oxford University Press.

Pike, S. (2008). Destination Marketing: An integrated marketing communication approach. Oxford: Butterworth-Heinmann.

Pine, B. J. & Gilmore, J. H. (1999). The experience economy: Work is theatre & every business a stage. Boston: Harvard Business School Press.

Spencer, L. M. & Spencer, S. M. (1993). Competence at work: Models for superiorperformance. New York: Wiley.

Vroom, V. H. (1964). Work and motivation. New York: Wiley.

Zimmerman, M. A. (2000). Empowerment theory: Psychological, organizational, and community levels of analysis . In Rappaport, J. & Seidman, E. (Eds.), Handbook of Community Psychology (pp. 53-79). New York: Plenum Publishers.