ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมทันตสุขภาพของผู้มารับบริการทันตกรรม ในคลินิกทันตกรรมวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดพิษณุโลก
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงสหสัมพันธ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับของปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ ปัจจัยเสริม และความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยดังกล่าวกับพฤติกรรมทันตสุขภาพของผู้รับบริการในคลินิกทันตกรรม วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดพิษณุโลก กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 305 คน เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามที่มีค่าดัชนีความสอดคล้อง IOC = 0.94 ค่าความเชื่อมั่น KR-20 = 0.92 ค่าความเชื่อมั่นสัมประสิทธิ์อัลฟ่า คอนบราค = 0.95, 0.81, 0.89, 0.94 ,และ 0.87 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา วิเคราะห์ความสัมพันธ์ด้วยค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของสเปียร์แมน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อีตา ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 พบ 1) กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุเฉลี่ย 37.94 ปี ศึกษาระดับปริญญาตรี รายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ำกว่า 10,000 บาท ปัจจัยความรู้ในการดูแลสุขภาพช่องปาก ทัศนคติด้านสุขภาพช่องปาก และการเข้าถึงบริการ ทันตกรรมอยู่ในระดับสูง การรับรู้ปัญหาสุขภาพช่องปากอยู่ในระดับปานกลาง แรงสนับสนุนทางสังคมอยู่ในระดับสูงมาก พฤติกรรมทันตสุขภาพอยู่ในระดับดี 2) วิเคราะห์ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมทันตสุขภาพ พบว่า เพศ อายุ รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ความรู้ในการดูแลสุขภาพช่องปาก การรับรู้ปัญหาสุขภาพช่องปาก การเข้าถึงบริการทันตกรรม และแรงสนับสนุนทางสังคม มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ปัจจัยที่ไม่พบความสัมพันธ์ คือ ระดับการศึกษา และทัศนคติด้านสุขภาพช่องปาก จากการศึกษาควรนำข้อมูลไปพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมพฤติกรรมทันตสุขภาพ เพื่อเพิ่มการรับรู้ และส่งเสริมปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมทันตสุขภาพ และทำวิจัยแบบกึ่งทดลองเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของโปรแกรมส่งเสริมพฤติกรรมทันตสุขภาพ กับการให้ทันตสุขศึกษาตามปกติ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
นพวรรณ แก้วแดง และถาวร มาต้น. (2567). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าช้าง ตำบลตาลเดี่ยว อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์. วารสารสาธารณสุขมูลฐาน (ภาคเหนือ), 35(2), 44-56.
ปณิตา ครองยุทธ และคณะ. (2564). พฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในตำบลแสนสุข อำเภอ วารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารสาธารณสุขและสุขภาพศึกษา, 1(1), 47-60.
ปาริชาติ แย้มสี และคณะ. (2567). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมการดูแลทันตสุขภาพของอาสาสมัครสาธารณสุข ประจำหมู่บ้าน เขตสุขภาพที่ 6. วารสารทันตาภิบาล, 35(2), 98-108.
ศิริพันธ์ หอมแก่นจันทร์. (2559). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้ป่วย เบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในเขตอำเภอแม่ทะ จังหวัด ลำปาง. ใน สารนิพนธ์สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการสร้างเสริมสุขภาพ. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ศิริภา คงศรี. (2561). องค์ประกอบของความรอบรู้ด้านสุขภาพในการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุ จังหวัดขอนแก่น. วารสารทันตาภิบาล, 29(2), 55-68.
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย. (2567). รายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 9 ประเทศไทย พ.ศ. 2566. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์.
สุธาทิพย์ วังคีรี. (2567). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลช่องปากผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 9(4), 783-790.
สุภาพร ผุดผ่อง. (2563). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุ อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์, 4(1), 101-119.
Best, J. W. (1977). Research in education. New Jersey: Prentice-Hall.
Bloom, B. S. et al. (1956). Taxonomy Of Educational Objectives, Handbook I: The Cognitive Domain. New York: David McKay.
Green, L. W. & Kreuter, M. W. (1980). Health promotion planning: An educational and environmental approach. California: Mayfield Publishing Company.
Pender, N. J. et al. (2002). Health Promotion in Nursing Practice. (4th ed.). New jersey: Prentice-Hall.
World Health Organization. (2022). Global oral health status report: towards universal health coverage for oral health by 2030. World Health Organization. Retrieved October 30, 2023, from https://www.who.int/publications/i/item/9789240061484