เครื่องประดับสมาธิ: สัญลักษณ์แห่งความปลอดภัยและหนทางสู่ความสงบ
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายบทบาทของเครื่องประดับในฐานะสื่อกลางที่ช่วยกระตุ้นสติผ่านการสัมผัสและการจดจ่อ พร้อมทั้งเสนอแนวคิดการออกแบบเครื่องประดับสมาธิที่ส่งเสริมความมั่นคงทางใจ ผ่านการรู้สึกตัวในปัจจุบันขณะและการพัฒนาตนเองในชีวิตประจำวัน การศึกษานำกรอบแนวคิดจากจิตวิทยา ทฤษฎีความผูกพัน ทฤษฎีวัตถุสัมพันธ์ พุทธจิตวิทยา และแนวคิดการออกแบบเพื่อความหมายส่วนบุคคล (Personal Meaning Design) มาวิเคราะห์ร่วมกับการทดลองออกแบบและการใช้ “ภาวนาหัตถกรรม” ผ่านการร้อยลูกปัดและการมัดปมซ้ำ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมกำหนดองค์ประกอบและความหมายของเครื่องประดับตั้งแต่กระบวนการสร้างสรรค์ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า เครื่องประดับสมาธิที่ผู้ใช้มีส่วนร่วมออกแบบสามารถ
ทำหน้าที่เป็น “วัตถุทางจิต” ที่ช่วยสร้างความรู้สึกปลอดภัย ลดภาวะใจลอย และกระตุ้นการรับรู้ในมิติของกาย เวทนา จิต และธรรม ตามหลักสติปัฏฐาน 4 ได้อย่างมีนัยสำคัญเชิงประสบการณ์ โดยเฉพาะเทคนิคการมัดปมซ้ำคั่นระหว่างลูกปัด ซึ่งต้องอาศัยสมาธิและการกลับมารู้สึกตัวกับการเคลื่อนไหวของมือและลมหายใจ ลูกปัดที่ทำจากวัสดุธรรมชาติหรือของส่วนตัวที่มีความหมายเฉพาะบุคคลยังส่งเสริมการระลึกถึงความสัมพันธ์ ความเปลี่ยนแปลง และความไม่เที่ยง สอดคล้องกับหลักไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา ช่วยให้ผู้ใช้มองเห็นชีวิตอย่างเป็นเหตุเป็นผลตามหลักอิทัปปัจจยตา และอริยสัจ 4 เครื่องประดับจึงมิได้เป็นเพียงวัตถุประดับตกแต่ง หากทำหน้าที่เป็นเครื่องมือภาวนาและการเยียวยาทางจิตวิญญาณ ที่ผู้ใช้ร่วมสร้างความหมายผ่านประสบการณ์เชิงกาย - ใจ อย่างลึกซึ้ง เสนอกรอบคิดใหม่สำหรับนักออกแบบและผู้ปฏิบัติธรรมในการผสานมิติทางจิตวิญญาณเข้ากับกระบวนการออกแบบและการใช้เครื่องประดับในชีวิตประจำวัน
Article Details
เอกสารอ้างอิง
พระครูปลัดสัมพิพัฒนธรรมาจารย์ (นิรันดร์ ศิริรัตน์). (2562). การพัฒนามนุษย์ตามหลักพระพุทธศาสนา. วารสารพุทธอาเซียนศึกษา, 4(2), 1-17.
เริงชัย หมื่นชนะ. (2561). ระบบและทฤษฎีพุทธจิตวิทยา. วารสารมหาจุฬาวิชาการ, 2(1), 63-78.
ศิริลักษณ์ วรไวย์. (2564). ศึกษาการส่งเสริมสุขภาพจิตของคนไทยด้วยหลักไตรลักษณ์. วารสารสังคมศาสตร์ ปัญญาพัฒน์, 3(2), 25-34.
Belk, R. W. (1988). Possessions and the Extended Self. Journal of Consumer Research, 15(2), 139-168.
Bowlby, J. (1969). Attachment and Loss, Vol. I: Attachment. New York: Basic Books.
Ceballos, G. et al. (2015). Accelerated modern human-induced species losses: Entering the sixth mass extinction. Science advances, 1(5), e1400253. https://doi.org//10.1126/sciadv.1400253.
Desmet, P. M. A. & Hekkert, P. (2007). Framework of Product Experience. International Journal of Design, 1(1), 57-66.
Epstein, M. (1995). Thoughts Without a Thinker: Psychotherapy from a Buddhist Perspective. New York: Basic Books.
Flanagan, O. (2008). The Really Hard Problem: Meaning in a Material World. New York: MIT Press.
Harari, Y. N. (2018). 21 Lessons for the 21st Century. New York: Random House.
Harman, G. (2017). Object Oriented Ontology: A New Theory of Everything. London: Pelican Books.
Lutz, D. (2015). The Dead Still Among Us: Victorian Secular Relics, Hair Jewelry, And Death Culture. Victorian Literature and Culture, 39(1), 127-142.
Phillips, C. (2000). Jewels and Jewellery. London: V&A Museum.
Solway, R. et al. (2016). Material objects and psychological theory: A conceptual literature review. Arts & Health, 8(1), 82-101.
United Nations. (2024). Pact for the Future, Global Digital Compact and Declaration on Future Generations. Retrieved January 10, 2026, from https://www.un.org/pact-for-the-future/en/global-digital-compact
Untracht, O. (2011). Jewelry Concepts and Technology. New York: Doubleday.
Wildgoose, J. (2018). Beyond All Price: Victorian Hair Jewelry, Commemoration & Story- Telling. Fashion Theory, 22(6), 699-726.