การยกระดับสมุนไพรพื้นถิ่นเชิงระบบผ่านการบูรณาการองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และห่วงโซ่คุณค่า: กรณีศึกษา “ผลหัน” จังหวัดปัตตานี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์ศักยภาพทางชีวภาพของสารสกัดจากผลหัน (Knema globularia Warb.) ตามหลักฐานการทดสอบในรายงานโครงการ 2) อธิบายกระบวนการยกระดับผลิตภัณฑ์สมุนไพรในกรอบห่วงโซ่คุณค่า และ 3) วิเคราะห์บทบาทของเครือข่ายความร่วมมือการพัฒนานวัตกรรมสมุนไพรในจังหวัดปัตตานี การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงพหุวิทยาการแบบวิเคราะห์กรณีศึกษา โดยสังเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารวิชาการ รายงานโครงการ SID ของบุญยาเฮิร์บ และหลักฐานการทดลองทางห้องปฏิบัติการ พื้นที่ศึกษา คือ กลุ่มบุญยาเฮิร์บ ตำบลตาลีอายร์ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี มีผู้เกี่ยวข้องในกิจกรรม 102 คน และเครือข่ายความร่วมมือ 12 เครือข่าย วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา การสังเคราะห์เชิงแนวคิด และการตรวจสอบสามเส้าระหว่างข้อมูลเอกสาร รายงานโครงการ และผลทดสอบทางวิทยาศาสตร์ ผลการวิจัยพบว่า การสกัดผลหันด้วยเอทานอล 95% จากตัวอย่างผลหันบดละเอียด 250 กรัม ได้สารสกัดหยาบ 54.775 กรัม คิดเป็นร้อยละผลผลิต 21.91 การทดสอบแบบ agar well diffusion ที่ความเข้มข้น 1,000 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร ไม่พบวงใสยับยั้งเชื้อ Staphylococcus aureus MRSA และ Malassezia furfur จึงควรหลีกเลี่ยงการอ้างสรรพคุณต้านจุลชีพโดยตรงจนกว่าจะมีหลักฐานเพิ่มเติม ด้านห่วงโซ่คุณค่า การยกระดับครอบคลุมการจัดหาวัตถุดิบ การอนุรักษ์ผลหัน การสกัด การทดสอบ การปรับสูตร การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การสื่อสารการตลาด การขอมาตรฐาน และการปรับตำแหน่งผลิตภัณฑ์ เครือข่ายระหว่างวิสาหกิจชุมชน สถาบันการศึกษา หน่วยงานสาธารณสุข หน่วยงานนวัตกรรม และภาคีท้องถิ่นทำหน้าที่เป็นทุนทางสังคมแบบเชื่อมโยง ช่วยลดช่องว่างระหว่างภูมิปัญญาพื้นบ้านกับมาตรฐานวิทยาศาสตร์ องค์ความรู้ใหม่ คือ “โมเดลการยกระดับสมุนไพรพื้นถิ่นเชิงระบบ” ซึ่งเน้นการตัดสินใจบนฐานหลักฐาน ห่วงโซ่คุณค่า และทุนทางสังคมเพื่อพัฒนาสมุนไพรชุมชนอย่างรับผิดชอบ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2566). รายงานสถานการณ์และมูลค่าการบริโภคผลิตภัณฑ์สมุนไพรในประเทศไทย ประจำปี 2566. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงสาธารณสุข.
กรมประชาสัมพันธ์. (2567). Thai herbs boosted to expand into global market, moving Thailand into medical & wellness hub. เรียกใช้เมื่อ 13 พฤษภาคม 2569 จาก https://thailand.prd.go.th/en/content/category/detail/id/2078/iid/302495
คณะกรรมการนโยบายสมุนไพรแห่งชาติ. (2566). แผนปฏิบัติการด้านสมุนไพรแห่งชาติ พ.ศ. 2566 - 2570. (พิมพ์ครั้งที่ 2). นนทบุรี: เปเปอรี่.
นำพล แปนเมือง และคณะ. (2566). แนวทางการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสมุนไพรพื้นบ้าน: กรณีศึกษาตำบลโป่งเปื่อย อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, 12(1), 37-50.
ประพัสสร บัวเผื่อน และคณะ. (2565). การศึกษาภูมิปัญญาและการใช้ประโยชน์จากพืชสมุนไพรท้องถิ่นเขาโกรกปลากั้ง จังหวัดกำแพงเพชร. วารสารพิกุล, 20(1), 349-366.
มุสลียาดี กาแล. (2567). การพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมันสมุนไพรผลหัน. รายงานโครงการหน่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสังคม (SID). ปัตตานี: สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ.
วัธชัย บุญเสนอ. (2567). การพัฒนาทุนทางสังคม: สมุนไพรแช่เท้าสำเร็จรูปเพื่อลดอาการชาในผู้ป่วย เบาหวาน. วารสารวิจัยวิชาการ, 7(3), 995-1006.
สุพัฒน์ ศรีสวัสดิ์ และคณะ. (2556). พืชสมุนไพรประจำถิ่นและภูมิปัญญาการประยุกต์ใช้สำหรับการแพทย์พื้นบ้านในจังหวัดชายแดนภาคใต้. Princess of Naradhiwas University Journal, 5(4), 14-27.
ไอร์นี แอดะสง และคณะ. (2565). ภูมิปัญญาท้องถิ่นและการใช้ประโยชน์พืชสมุนไพรจากป่าชุมชนเตาะตือ แม จังหวัดยะลา. วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต, 10(2), 169-179.
Bourdieu, P. (1986). The Forms of Capital. In Richardson, J. (Ed.), Handbook of theory and research for the sociology of education (pp. 241-258). Mississippi: Greenwood.
Hop, N. Q. et al. (2023). Genus Knema: An Extensive Review on Traditional Uses, Phytochemistry, and Pharmacology. Current Pharmaceutical Biotechnology, 24(12), 1524-1553.
Lê, T. K. D. et al. (2023). Genus Knema: An Extensive Review on Traditional Uses, Phytochemistry, and Pharmacology. Natural Product Communications, 18(1), 1-13.
Porter, M. E. (1985). Competitive Advantage Creating and Sustaining Superior Performance. New York: Free Press.
Putnam, R. D. (1993). Making democracy work: Civic traditions in modern Italy. Princeton: Princeton University Press.
Woolcock, M. (1998). Social capital and economic development: Toward a theoretical synthesis and policy framework. Theory and Society, 27(2), 151-208.
World Commission on Environment and Development. (1987). Brundtland Report: Our common future. Oxford: Oxford University.