การทบทวนและสังเคราะห์องค์ความรู้เชิงระบบเกี่ยวกับมาตรการ การบำบัดรักษา ผู้ติดยาเสพติด: บทเรียนจากโปรตุเกส เนเธอร์แลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อการปรับใช้ในบริบทประเทศไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อทบทวนและสังเคราะห์องค์ความรู้เชิงระบบเกี่ยวกับมาตรการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดในโปรตุเกส เนเธอร์แลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์ 2) เพื่อศึกษาปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จ และความล้มเหลวของมาตรการ และ 3) เพื่อวิเคราะห์บทเรียนและข้อเสนอแนะในการนำมาปรับใช้ในบริบทของไทย โดยศึกษาจากโปรตุเกส นโยบายลดทอนความผิดทางอาญา เนเธอร์แลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์ แนวทางการลดอันตราย และบูรณาการบริการ โดยใช้วิธีทบทวนวรรณกรรมเชิงระบบ การสังเคราะห์เชิงบรรยาย การวิเคราะห์ปัจจัยส่งผลต่อความสำเร็จมาตรการระดับนโยบาย บริการ และระดับชุมชนบริบทด้านบำบัดรักษาปัจจัยทางสังคม วัฒนธรรมของไทยเปรียบเทียบกับโมเดลชีวจิตสังคม และทฤษฎีขั้นตอนการเปลี่ยนแปลง วิธีวิจัยใช้การทบทวนวรรณกรรมเชิงระบบ ตามมาตรฐาน PRISMA โดยสืบค้นเอกสารวิชาการระดับสากลผ่านการประเมินด้วย CASP Checklists รวมจำนวน 23 รายการ “ผลการวิจัยพบว่า 1) การสังเคราะห์บทเรียนจากประเทศต้นแบบเป็นกุญแจสำคัญ คือ การเปลี่ยนจาก “การลงโทษ” สู่ “สาธารณสุขนำ” โดยมาตรการลดทอนโทษทางอาญา และลดอันตรายเป็นประตูสู่การรักษา 2) ปัจจัยความสำเร็จผ่านภาครัฐที่มั่นคง เข้าถึงบริการง่าย ความล้มเหลวเกิดจากนโยบายแบบสั่งจากบนลงล่างขาดความเข้าใจปัญหา และ 3) การปรับใช้ในไทยนำมาสู่การสังเคราะห์องค์ความรู้ใหม่ “โมเดล PHS” ซึ่งประกอบด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่ P (Public Health First) การลดทอนโทษทางอาญาเพื่อสุขภาพ H (Holistic Care) การบำบัดแบบองค์รวม และ S (Social Integration) บูรณาการชุมชนเข้มแข็งเน้นการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นและจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูครบวงจรระดับตำบลเพื่อลดการกลับไปเสพซ้ำอย่างยั่งยืน การศึกษานี้มีนัยสำคัญต่อการพัฒนานโยบายของ สสส. เพื่อเสริมสร้างระบบการบำบัดคุณภาพคืนศักดิ์ศรีให้กับผู้ป่วย
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ณัฏฐวิชฌ์ ราชแก้ว. (2567). กระบวนการนโยบายสาธารณะโครงการชุมชนยั่งยืนเพื่อแก้ปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ: นวัตกรรมกลไกความร่วมมือของชุมชน. วารสารการบริหารการจัดการ และการพัฒนาที่ยั่งยืน, 2(2), 401-414.
นิภาวรรณ ตติยนันทพร. (2565). การมีส่วนร่วมของครอบครัว และชุมชนในการป้องกันและบำบัดยาเสพติด อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ. วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม, 16(2), 581-596.
ปรารถนา ศุภลักษณ์ และคณะ. (2567). ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการเสพยาบ้าในทหารใหม่ จังหวัดอุตรดิตถ์. วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน, 6(3), 99-115.
มานพ คณะโต และคณะ. (2567). การสังเคราะห์สถานการณ์ยาเสพติดในประเทศไทย พ.ศ. 2567. (พิมพ์ครั้งที่ 1). นครราชสีมา: ศูนย์วิทยาการเสพติด มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล.
สุวรรณ วงษ์การค้า. (2568). บทบาทองค์กรปกครองในการจัดการปัญหายาเสพติด. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 9(5), 318-330.
American Medical Association. (2024). Overdose Epidemic Report 2024. Chicago: American Medical Association.
Cousins, G., et al. (2022). Harm reduction interventions for drug use: A systematic review of reviews. The Lancet Public Health, 7(10), 860-873.
Hedrich, D. (2004). European report on drug consumption rooms. Lisbon: European Monitoring Centre for Drugs and Drug Addiction.
Hughes, C. E. & Stevens, A. (2010). What can we learn from the Portuguese decriminalization of illicit drugs? British Journal of Criminology, 50(6), 999-1022.
National Institute on Drug Abuse. (2020). Drug Facts: Treatment Approaches for Drug Addiction. Bethesda, MD: National Institutes of Health.
Ribeaud, D. (2004). Long-term impacts of the Swiss heroin prescription trials on crime of treated heroin users. Journal of Drug Issues, 34(1), 163-194.
Strang, J., et al. (2010). Supervised injectable heroin or injectable methadone versus optimised oral methadone as treatment for chronic heroin addicts in England after persistent failure in orthodox treatment (RIOTT): a randomised trial. The Lancet of Journal, 375(9729), 1885-1895.
United Nations Office on Drugs and Crime. (2024). World Drug Report 2024. Vienna: United Nations.
World Health Organization. (2014). Community management of opioid overdose. Geneva: World Health Organization.