การยกระดับมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม: อัตลักษณ์และการขับเคลื่อนบทบาท องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างมีส่วนร่วมในอำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช

Main Article Content

วิเชียร มันแหล่
บุญยิ่ง ประทุม
จุไรรัตน์ รัตติโชติ
ชนิกานต์ ใสยเกื้อ
จิตติมา ดำรงวัฒนะ
ศราวัสดี นวกัณห์วรกุล

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษารวบรวมวิเคราะห์อัตลักษณ์ มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และพัฒนาบทบาทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นแบบในการส่งเสริมการท่องเที่ยว อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช 2) เพื่อพัฒนาฐานข้อมูลดิจิทัล กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และพัฒนาศูนย์การเรียนรู้วิสาหกิจชุมชนอย่างมีส่วนร่วมบนฐานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในการส่งเสริมการท่องเที่ยว อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช และ 3) เพื่อพัฒนาเส้นทางและกิจกรรมการท่องเที่ยว บนฐานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน ทั้งวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้แบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 400 คน และผู้ใช้งานฐานข้อมูลดิจิทัล จำนวน 200 คน และใช้แบบสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 25 คน ผลการวิจัยพบว่า อัตลักษณ์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจากตำนานของอำเภอพิปูนจำแนกได้ 4 ด้าน ได้แก่ ประเพณี ความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธศาสนา และพิธีกรรม ซึ่งสื่อถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ การประเมินบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พบว่า ช่องว่างระหว่างสภาพปัจจุบัน (ระดับปานกลาง) และความคาดหวัง (ระดับมาก) ในด้านการตลาดท่องเที่ยวที่มีความต้องการจำเป็นสูงสุด ด้านการพัฒนาฐานข้อมูลดิจิทัลได้พัฒนาเป็นแพลตฟอร์ม www.phipun.com ที่ชุมชนมีส่วนร่วมในระดับมากที่สุด ควบคู่กับการยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ สำหรับการท่องเที่ยวได้มีการพัฒนาเส้นทางนำเที่ยว 2 วัน 1 คืน เน้นการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์และการเล่าเรื่อง องค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยถูกสังเคราะห์เป็น “PHIPUN Model” และ “P-IDE Model” ซึ่งเป็นกลไกการขับเคลื่อนทุนภูมิปัญญามรดกทางวัฒนธรรมและการมีส่วนร่วมของชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในอำเภอพิปูนอย่างยั่งยืน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
มันแหล่ ว., ประทุม บ., รัตติโชติ จ., ใสยเกื้อ ช., ดำรงวัฒนะ จ., & นวกัณห์วรกุล ศ. (2026). การยกระดับมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม: อัตลักษณ์และการขับเคลื่อนบทบาท องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างมีส่วนร่วมในอำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 10(5), 313–326. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/view/293624
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรกฎ แพทย์หลักฟ้า และคณะ. (2560). กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ ศิลปวัฒนธรรม: กรณีศึกษาชุมชนริมน้ำจันทบูร. วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 8(2), 7-18.

กรมการท่องเที่ยว. (2557). คู่มือการตรวจประเมินมาตรฐานคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม. กรุงเทพมหานคร: กรมการท่องเที่ยว.

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2567). แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 - 2570). กรุงเทพมหานคร: กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา.

กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2569). สถานการณ์การท่องเที่ยวในประเทศ รายจังหวัด ปี 2569. เรียกใช้เมื่อ 14 พฤษภาคม 2569 จาก https://www.mots.go.th/news/category/820

กาญจนา แก้วเทพ และคณะ. (2555). สื่อเก่า-สื่อใหม่: สัญญะ อัตลักษณ์ อุดมการณ์. กรุงเทพมหานคร: ภาพพิมพ์.

ชนินทร สวณภักดี. (2561). การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวมรดกวัฒนธรรมจังหวัดสิงห์บุรี. วารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี, 9(1), 39-50.

ชานนท์ ไชยทองดี. (2558). นิทาน ตำนาน เรื่องเล่า: อัตลักษณ์ และความหมายทางวัฒนธรรมในจังหวัดศรีสะเกษ. วารสารวิถีสังคมมนุษย์, 3(1), 162-181.

เทิดชาย ช่วยบำรุง. (2552). บทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนบนฐานแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง. กรุงเทพมหานคร: วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า.

บุณยสฤษฏ์ อเนกสุข. (2558). ยล เยี่ยม เยือน เหย้า: แนวคิดและทฤษฎีว่าด้วยการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม. พิษณุโลก: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยนเรศวร.

ศิราพร ณ ถลาง. (2558). เรื่องเล่าพื้นบ้านไทยในโลกที่เปลี่ยนแปลง. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์มนุษยวิทยาสิรินธร.

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2567). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.

หนึ่งหทัย ขอผลกลาง. (2560). รายงานการวิจัยแนวทางการพัฒนาท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิง สร้างสรรค์ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย. นครราชสีมา: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี.