การศึกษาองค์ประกอบการสร้างเครือข่ายความร่วมมือของผู้บริหารอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์ประกอบการสร้างเครือข่ายความร่วมมือของผู้บริหารอาชีวศึกษา ดำเนินการวิจัยแบบผสมผสาน ซึ่งมีวิธีดำเนินการวิจัย 3 ระยะ ได้แก่ 1) ศึกษาองค์ประกอบของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือของผู้บริหารอาชีวศึกษา โดยการสังเคราะห์เอกสาร ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง จำนวน 10 แหล่ง 2) สัมภาษณ์ผู้ทรงวุฒิ จำนวน 5 คน เพื่อยืนยันความเหมาะสม และความสอดคล้องขององค์ประกอบที่ได้จากการสังเคราะห์เอกสาร และ 3) การตรวจสอบความเหมาะสมและความเป็นไปได้ขององค์ประกอบโดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบสังเคราะห์เอกสาร แบบสัมภาษณ์ และแบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ โดยผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน และมีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 1.00 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการสังเคราะห์เอกสาร พบว่า องค์ประกอบของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ประกอบด้วย 1) การมีส่วนร่วมในการดำเนินงานเครือข่าย 2) การสื่อสารและปฏิสัมพันธ์กัน 3) ภาวะผู้นำของผู้ประสานงานเครือข่าย 4) การประเมินผลและการปรับปรุง และ 5) การกำหนดสมาชิกเครือข่าย ผลจากการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า องค์ประกอบทั้ง 5 ด้านมีความเหมาะสม และสอดคล้องกับบริบทการบริหารอาชีวศึกษาในปัจจุบัน ผลการประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้จากผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า องค์ประกอบการสร้างเครือข่ายความร่วมมือมีความเหมาะสมในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.69, S.D. = 0.45) และความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด (
= 4.72, S.D. = 0.42) ผลการวิจัยสะท้อนว่า องค์ประกอบการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่พัฒนาขึ้นสามารถใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาและการผลิตกำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคประกอบการ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ชัชวาลย์ สิงหาทอง และคณะ. (2563). การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการเครือข่ายความร่วมมือของสถานศึกษาด้านวิชาการของกลุ่มโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. Journal of Modern Learning Development, 5(1), 232-242.
ทิตย์ณรงค์ มณีวัฒน์. (2566). การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างชุมชนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารแบบมีส่วนร่วมของสถานศึกษา. Chintasit Academic Journal, 1(4), 230-243.
ธนากร อินตา และปณตนนท์ เถียรประภากุล. (2566). การบริหารเครือข่ายความร่วมมือของสถานศึกษากับสถานประกอบการในการจัดการอาชีวศึกษาของวิทยาลัยการอาชีพในจังหวัดลำปาง. วารสารวิจัยและนวัตกรรม สถาบันการอาชีวศึกษากรุงเทพมหานคร, 6(2), 231-251.
บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.
ปนัดดา ตลาศิริ และรุ่งชัชดาพร เวหะชาติ. (2568). การบริหารเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล. Education Journal of Nakhon Si Thammarat Rajabhat University, 4(2), 1-12.
พิเศรษฐ์ ไชยสุภา และน้ำผึ้ง อินทะเนตร. (2561). องค์ประกอบและตัวบ่งชี้ของการจัดการเครือข่ายความร่วมมือในการบริหารจัดการศึกษาของสถานศึกษาขนาดเล็กในเขตพื้นที่พิเศษภาคเหนือตอนบน. Journal of Education Studies, 46(2), 119-137.
วาลิกา อัครนิตย์. (2562). กลยุทธ์การสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อพัฒนาโรงเรียนในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ. ใน วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษาและภาวะผู้นำ. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
ศศิวรรณ ธานีพูน และคณะ. (2566). แนวทางการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 4. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์, 25(1), 59-76.
ศักรินทร์ สมพิศนภา และคณะ. (2565). การพัฒนารูปแบบการบริหารเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็กของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สังกัดคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารศิลปการจัดการ, 6(4), 1821-1843.
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2567). นโยบายและจุดเน้นการดำเนินงานอาชีวศึกษา พ.ศ. 2567. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา.
Bryson, J. M. et al. (2015). Designing and implementing cross-sector collaborations: Needed and challenging. Public Administration Review, 75(5), 647-663. https://doi.org/10.1111/puar.12432.
Fullan, M. (2016). The new meaning of educational change. (5th ed.). New York: Teachers College Press.
Huxham, C. & Vangen, S. (2019). Managing to collaborate: The theory and practice of collaborative advantage. (2nd ed.). London: Routledge.