ปัจจัยที่ส่งผลต่อความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณอายุ ของประชาชนในกรุงเทพมหานคร

Main Article Content

เมธพนธ์ หน่อสัมฤทธิ์
ณัฐภัสสร ธนาบวรพาณิชย์
พิศมัย จารุจิตติพันธ์

บทคัดย่อ

งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมเกี่ยวกับการวางแผนทางการเงิน และแนวทางการดำเนินชีวิตที่ส่งผลต่อความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณอายุของประชาชนในกรุงเทพมหานคร 2) ศึกษาปัจจัยความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณอายุของประชาชนในกรุงเทพมหานคร และ 3) วิเคราะห์ปัจจัยความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมเกี่ยวกับการวางแผนทางการเงิน และแนวทางการดำเนินชีวิตที่ส่งผลต่อความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณอายุของประชาชนในกรุงเทพมหานคร เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ประชาชนที่ทำงานในกรุงเทพมหานครที่มีอายุช่วง 15 - 59 ปี จำนวน 390 คน โดยกำหนดขนาดและการเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยการเลือกแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้วิธีการวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) ด้วยสถิติ Adjusted R2, F และ t และการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติบรรยาย ได้แก่ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) ประชาชนในกรุงเทพมหานครมีความรู้และทัศนคติเกี่ยวกับการวางแผนทางการเงินอยู่ในระดับปานกลาง ขณะที่แนวทางการดำเนินชีวิตอยู่ในระดับมาก โดยเฉพาะด้านการมุ่งเน้นคุณภาพชีวิตและความต้องการของมนุษย์ 2) ประชาชนในกรุงเทพมหานครมีปัจจัยความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณอายุอยู่ในระดับปานกลาง โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด คือ ด้านการมีเงินเพียงพอสำหรับการใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตประจำวัน และ 3) ปัจจัยที่มีอิทธิพลส่งผลต่อความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณอายุของประชาชนในกรุงเทพมหานครสูงสุด คือ พฤติกรรมการวางแผนทางการเงิน รองลงมา คือ ความรู้และทัศนคติ ด้านการวางแผนทางการเงิน ในขณะที่แนวทางการดำเนินชีวิตมีผลอย่างไม่มีนัยสำคัญในภาพรวม

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
หน่อสัมฤทธิ์ เ., ธนาบวรพาณิชย์ ณ., & จารุจิตติพันธ์ พ. (2026). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณอายุ ของประชาชนในกรุงเทพมหานคร. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 10(5), 76–93. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/view/293670
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กนกาญจน์ สังขนนท์ และคณะ. (2563). พฤติกรรมการออมเพื่อการเกษียณ: กลุ่มตัวอย่างพนักงานธนาคารพาณิชย์. วารสารวิทยาลัยดุสิตธานี, 14(3), 479-490.

กรมการปกครอง. (2567). ประชากรทะเบียนราษฎร์วัยทำงาน (อายุ 15-59 ปี) ปีงบประมาณ 2567 กรุงเทพมหานคร. เรียกใช้เมื่อ 1 ตุลาคม 2567 จาก https://dashboard.anamai.moph.go.th/population/pop-workingage/changwat?year=2024&cw=10

กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2564). สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ.2564. เรียกใช้เมื่อ 4 ธันวาคม 2568 จาก https://www.dop.go.th/th/know_detail?id=1747

ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2565). เตรียมพร้อมเกษียณอย่างไรให้มีกินใช้ตลอดชีวิต. เรียกใช้เมื่อ 4 ธันวาคม 2568 จาก https://www.bot.or.th/th/research-and-publications/articles-and-publications/articles/statistical-articles/Stat_Article_01Aug25.html

มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. (2562). สถานการณ์สูงวัยของประชากรไทย. เรียกใช้เมื่อ 4 ธันวาคม 2568 จาก https://ipsr.mahidol.ac.th/wp-content/uploads/2022/03/Report-File-613.pdf

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม. (2568). ประชากรและสังคม 2568. เรียกใช้เมื่อ 4 ธันวาคม 2568 จาก https://ipsr.mahidol.ac.th/research_year/2568/

สุกัญญา ศิริโท และคณะ. (2568). สภาพปัจจุบัน ปัญหา และอุปสรรคของการวางแผนทางการเงินของกลุ่มวัยทำงานในกรุงเทพมหานคร. วารสารมณีเชษฐาราม วัดจอมมณี, 8(3), 737-747.

Best, J. W. (1981). Research in education. (4th ed.). New Jersey: Prentice Hall.

Boontun, P. et al. (2023). The Role of Behavioral Economic Factors on Saving Decision: The Case of Gen-Y in Thailand Economics and Business. Administration Journal, 16(3), 163-179.

Kahneman, D. (2011). Thinking, fast and slow. New York: Farrar.

Likert, R. (1967). The Human Organization: Its Management and Value. New York: McGraw-Hill Book.