คุณธรรมจริยธรรมคริสเตียนกับความเข้มแข็งของครอบครัวในสังคมไทย: การสังเคราะห์กรอบแนวคิดเชิงคุณภาพ

Main Article Content

ยุทธภัณฑ์ พินิจ
สัญชัย อมรมาศ

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์คุณธรรมจริยธรรมคริสเตียนที่เกี่ยวข้องกับความเข้มแข็งของครอบครัว และ 2) วิเคราะห์ความหมายและองค์ประกอบของความเข้มแข็งของครอบครัวในบริบทสังคมไทย เป็นวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลด้วยการสนทนากลุ่มจากคริสเตียนไทยสังกัดสภาคริสตจักรในประเทศไทย 84 คน แบ่งเป็น 7 กลุ่ม คัดเลือกแบบเจาะจงจากผู้สมัครใจ เครื่องมือวิจัยเป็นแนวคำถามกึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เชิงประเด็น ใช้กรอบความเข้มแข็งและความยืดหยุ่นของครอบครัวของ Olson และ Walsh ร่วมกับพระคริสตธรรมคัมภีร์เพื่อจัดหมวดหมู่ ผลการวิจัยพบว่า 1) คุณธรรมจริยธรรมคริสเตียนที่เกี่ยวข้องกับความเข้มแข็งของครอบครัว มี 10 ประการ ได้แก่ รู้จักเสียสละ ความซื่อสัตย์ การให้อภัย การอธิษฐานและการพึ่งพาพระเจ้า การสื่อสารด้วยความรัก ความรับผิดชอบ ความยำเกรงพระเจ้า ความอดทนและการควบคุมตนเอง การเคารพสิทธิและการให้เกียรติกัน และการหนุนใจ เสริมกำลังใจและความหวัง แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ ด้านความสัมพันธ์กับพระเจ้า ด้านความสัมพันธ์ระหว่างกัน และด้านคุณลักษณะส่วนบุคคล ที่ช่วยหล่อเลี้ยงความเข้มแข็งของครอบครัวต่างกัน เช่น การอธิษฐานและพึ่งพาพระเจ้าช่วยเสริมความยืดหยุ่นในยามวิกฤต การให้อภัยและการสื่อสารช่วยเยียวยาความสัมพันธ์ ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบและการควบคุมตนเองช่วยจัดการทรัพยากร และ 2) องค์ประกอบความเข้มแข็งของครอบครัวมี 7 ด้าน ได้แก่ ความสัมพันธ์ภายในที่มั่นคง บทบาทและโครงสร้างชัดเจน การสื่อสารที่ดี การจัดการตนเองและทรัพยากร ความยืดหยุ่นและการปรับตัว ทุนทางสังคม และความเชื่อร่วมกับคุณค่าทางศาสนา ข้อค้นพบเสนอว่าคุณธรรมคริสเตียนเป็นกลไกภายในที่ค้ำจุนและเยียวยาครอบครัว ควรขยายการศึกษาครอบครัวคริสเตียนที่หลากหลาย เช่น ครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวและครอบครัวที่มีความขัดแย้ง เป็นต้น

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
พินิจ ย., & อมรมาศ ส. (2026). คุณธรรมจริยธรรมคริสเตียนกับความเข้มแข็งของครอบครัวในสังคมไทย: การสังเคราะห์กรอบแนวคิดเชิงคุณภาพ. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 10(5), 369–384. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/view/293801
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว. (2566). แผนปฏิบัติการด้านครอบครัว พ.ศ. 2566 - 2570. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. เรียกใช้เมื่อ 10 ตุลาคม 2568 จาก https://www.dwf.go.th//storage/80094/b36aff6e-17ee-4a5f-aee5-420379b297a8-document-6255.pdf

กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว. (2568). รายงานสถานการณ์ครอบครัวไทย พ.ศ. 2568. เรียกใช้เมื่อ 10 ตุลาคม 2568 จาก https://www.dwf.go.th//storage/80094/b36aff6e-17ee-4a5f-aee5-420379b297a8-document-6255.pdf

กรมอนามัย. (2562). คู่มือครอบครัวต้นแบบ “เลี้ยงดูลูกตามคำสอนพ่อ”: คุณธรรม 8 ประการของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง. (พิมพ์ครั้งที่ 1). นนทบุรี: บริษัทซีจี ทูล จำกัด.

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2567). ข่าวภารกิจ. เรียกใช้เมื่อ 10 ตุลาคม 2568 จาก https://www.msdhs.go.th/news_view.php?nid=39406

ฉัตร์รัตน์ เตือนสติกุล. (2564). การเสริมสร้างคุณภาพชีวิตสมรสของคู่สมรสด้วยการปรึกษาทฤษฎีเน้นทางออก. ใน วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยาการปรึกษา. มหาวิทยาลัยบูรพา.

ทิพย์วัลย์ สุรินยา. (2564). โปรแกรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันครอบครัวไทย. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยศาสตร์, 47(1), 175-192.

เทพพร มังธานี. (2558). บทบาทของครอบครัวในการปลูกฝังจริยธรรมแก่เยาวชนในภาคอีสาน. วารสารมนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์, 31(1), 45-64.

นฤดี โสรัตน์ และคณะ. (2562). ความเข้มแข็งของครอบครัวในบริบทสังคมไทย: ลักษณะความเข้มแข็งของครอบครัว ปัจจัยและวิธีการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น, 16(2), 427-437.

มนทกานติ์ รอดคล้าย. (2561). ปัจจัยในครอบครัวที่มีอิทธิพลต่อคุณธรรมจริยธรรมของเด็กและเยาวชนไทย กรณีศึกษาความรักความเข้าใจในครอบครัว ลักษณะประชากรของพ่อแม่และเวลา. วารสารประชากรศาสตร์, 34(2), 17-35. https://doi.org/10.56808/2730-3934.1306.

วาริณี โสภาจร และคณะ. (2563). การเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวในสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19. วารสารศึกษาศาสตร์ มมร, 8(2), 162-181.

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2568). สุขภาพคนไทย 2568: เกิดน้อยกู่ไม่กลับ ต้องปรับและรับมืออย่างไร. (พิมพ์ครั้งที่ 1). นครปฐม: อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน).

Cohen, S. & Wills, T. A. (1985). Stress, social support, and the buffering hypothesis. Psychological Bulletin, 98(2), 310-357. https://doi.org/10.1037/0033-2909.98.2.310.

Mahoney, A. (2010). Religion in families 1999-2009: A relational spirituality framework. Journal of Marriage and Family, 72(4), 805-827. https://doi.org/10.1111/j.1741-3737.2010.00732.x.

McCubbin, H. I. & Thompson, E. A. (1991). Family assessment inventories for research and practice. (2nd ed.). Madison: University of Wisconsin-Madison.

Military Reach Team. (2014). Strong Family Functioning, Research Brief. Retrieved October 10, 2025, from https://reachfamilies.umn.edu/sites/default/files/rdoc/Strong%20Family%20Fun ctioning%20(2).pdf

Olson, D. H. (2000). Circumplex model of marital and family systems. Journal of Family Therapy, 22(2), 144-167. https://doi.org/10.1111/1467-6427.00144.

Pearce, W. B. & Cronen, V. E. (1980). Communication, action, and meaning: The creation of social reality. New York: Praeger.

Rubio, J. H. (2010). Conclusion. In Family Ethics: Practices for Christians. Washington: Georgetown University Press.

Stinnett, N. & DeFrain, J. (1985). Secrets of Strong Families. Boston: Little Brown & Co.

UNICEF. (2025). The state of Thai families and child well-being report 2025. UNICEF Thailand. Retrieved October 10, 2025, from https://www.unicef.org/thailand/

Walsh, F. (2016). Strengthening family resilience. (3rd ed.). New York: The Guilford Press.

Yacub, Y. et al. (2022). The Ethics of Effective Communication in Christian Families with A-CORE Principles. International Journal of Social Science Research and Review, 5(4), 106-115. https://doi.org/10.47814/ijssrr.v5i4.233.