การพัฒนาทักษะด้านการอ่านจับใจความสำคัญในรายวิชาภาษาไทย โดยประยุกต์ใช้กระบวนการอ่าน SQ4R ควบคู่กับแบบฝึกทักษะ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

Main Article Content

ชญาณ์นันท์ ศรีใหม
ชุติมา ทัศโร
เก็ตถวา บุญปราการ

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบทักษะด้านการอ่านจับใจความสำคัญในรายวิชาภาษาไทย โดยประยุกต์ใช้กระบวนการอ่าน SQ4R ควบคู่กับแบบฝึกทักษะ หลังเรียนเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 80 2) เปรียบเทียบทักษะด้านการอ่านจับใจความสำคัญในรายวิชาภาษาไทย ระหว่างก่อนและหลังโดยประยุกต์ใช้กระบวนการอ่าน SQ4R ควบคู่กับแบบฝึกทักษะ และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อกระบวนการอ่าน SQ4R ควบคู่กับแบบฝึกทักษะ ใช้แบบแผนการวิจัยเชิงทดลองกลุ่มเดียวกันวัดก่อนและหลัง ประชากร คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เครือข่ายท่าชะมวงสามัคคี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 2 ประกอบด้วย 7 โรงเรียน จำนวนนักเรียน 329 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านเนินนิมิต ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 มีจำนวน 38 คน ใช้วิธีการสุ่มแบบกลุ่มกำหนดห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ 2) แบบทดสอบวัดทักษะด้านการอ่านจับใจความสำคัญ และ 3) แบบวัดความพึงพอใจ สถิติใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐาน คือ การทดสอบค่าที (t-test) แบบ Dependent ผลการวิจัยครั้งนี้พบว่า 1) ทักษะด้านการอ่านจับใจความสำคัญสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80 2) ทักษะด้านการอ่านจับใจความสำคัญหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน (t = 19.06*, df = 37) และ 3) ระดับความพึงพอใจของนักเรียนภาพรวมทุกด้านอยู่ในระดับมากที่สุด (equation = 4.52, S.D. = 0.25) แสดงให้เห็นว่ากระบวนการอ่าน SQ4R ควบคู่กับแบบฝึกทักษะช่วยพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสำคัญของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ศรีใหม ช., ทัศโร ช., & บุญปราการ เ. (2026). การพัฒนาทักษะด้านการอ่านจับใจความสำคัญในรายวิชาภาษาไทย โดยประยุกต์ใช้กระบวนการอ่าน SQ4R ควบคู่กับแบบฝึกทักษะ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 10(6), 332–342. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/view/294228
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กมลลักษณ์ พรมมา. (2561). การพัฒนาทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบ SQ4R กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. ใน วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด.

จิตรลดา อ้นวงษา. (2561). การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง แม่กลองบ้านเรา โดยใช้วิธีสอนแบบ SQ4R ร่วมกับแนวคิดห้องเรียนกลับด้าน (Flipped Classroom) เพื่อพัฒนาความสามารถในการอ่าน จับใจความสำคัญ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. ใน วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ช่อเพชร ศิริภักดิ์ และคณะ. (2564). การพัฒนาความสามารถด้านการอ่านจับใจความภาษาไทย โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบ SQ4R ประกอบแบบฝึกทักษะของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนโคกล่ามผดุงวิทย์. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ, 16(2), 67-79.

ชุติมา ยอดตา. (2561). การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบ SQ4R เพื่อเสริมสร้างความสามารถการอ่าน จับใจความของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. ใน วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

โชติรส สุขสังวรวงศ์. (2563). เป็นได้ดั่งใจฝันด้วยการอ่าน. เรียกใช้เมื่อ 20 กรกฎาคม 2568 จาก https://www.unicef.org/thailand/th/stories/เป็นได้ดั่งใจฝันด้วยการอ่าน

พัฒน์นรี ธรรมาภิมนฑ์ และคณะ. (2562). ผลสัมฤทธิ์การอ่านจับใจความภาษาไทยของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนโดยประยุกต์ใช้การอ่านแบบ SQ4R. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, 11(1), 99-116.

รุ่งนภา ฟูธรรม. (2551). การใช้วิธีการสอนแบบเอสคิวโฟร์อาร์ (SQ4R) เพื่อส่งเสริมความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษและความสามารถในการเขียนเล่าเรื่องของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. เชียงใหม่: โรงเรียนฝางชนูปถัมภ์.

ฤดี กมลสวัสดิ์. (2564). จับใจความหัวใจสำคัญของการอ่าน. เรียกใช้เมื่อ 20 กรกฎาคม 2568 จาก https://bsru.net/จับใจความหัวใจสำคัญของ/

ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. (2538). เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.

สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ. (2567). รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2567 ฉบับที่ 5 ค่าสถิติแยกตามสาระการเรียนรู้ สำหรับโรงเรียน. กรุงเทพมหานคร: สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน).

สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ. (2568). รายงานข้อค้นพบการใช้ภาษาไทยของนักเรียน จากการทดสอบ O-NET ด้วยรูปแบบข้อสอบอัตนัย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2567. เรียกใช้เมื่อ 20 กรกฎาคม 2568 จาก https://www.niets.or.th/th/content/view/26549

สรวิศ ศรีเมือง และคณะ. (2568). การพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความด้วยวิธีสอนแบบ SQ4R ร่วมกับแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 10(1), 2451-2462.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2567). รายงานผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2567 ฉบับที่ 1 แบบสรุปรายงานผลการประเมินของโรงเรียน (School01). กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.

สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2566). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.

สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม. (2562). อ่านให้เป็น เห็นคุณค่า สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพแน่นอน. เรียกใช้เมื่อ 20 กรกฎาคม 2568 จาก http://arit.npru.ac.th/?

สิริรัตนา มุงคุณโคตร และคณะ. (2566). การจัดการเรียนรู้โดยการประยุกต์ใช้ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพฤติกรรมนิยมสำหรับนักศึกษา สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย ระดับปริญญาตรี. วารสารมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ มมร วิทยาเขตอีสาน, 4(3), 181-193.

อภิญญา โนบรรเทา และรัชกร ประสีระเตสัง. (2563). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถ ในการอ่านจับใจความของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้การจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิค SQ4R ร่วมกับแบบฝึกทักษะ. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 5(3), 153-164.

อัจฉราภรณ์ ปานชาติ. (2562). การพัฒนาความสามารถการอ่านจับใจความสำคัญของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านกองพระทราย โดยใช้รูปแบบการเรียนแบบ SQ4R ร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือเทคนิค STAD. ใน วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน. มหาวิทยาลัยบูรพา.

Kusumawati, R. et al. (2025). The comparison between using SQ4R and Jigsaw techniques toward students’ reading comprehension. Proceedings of the International Conference on Islamic Education and Science Development (ICONSIDE), 2(1), 204-212.