ผลของโปรแกรมการฝึก SAQ+D ที่มีต่อความคล่องแคล่วว่องไว ในการเลี้ยงลูกฟุตบอลของนักฟุตบอลชายมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความสามารถในการเลี้ยงลูกฟุตบอลของนักกีฬาฟุตบอลชายมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต และ 2) เปรียบเทียบความสามารถในการเลี้ยงลูกฟุตบอลของนักกีฬาฟุตบอลระหว่างกลุ่มที่ได้รับฝึกด้วยโปรแกรมปกติกับกลุ่มที่ได้รับการฝึกด้วยโปรแกรม SAQ+D เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง กลุ่มตัวอย่าง ประกอบด้วย กลุ่มทดลอง เป็นนักกีฬาฟุตบอลชายของมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต จำนวน 20 คน และกลุ่มควบคุม เป็นนักกีฬาฟุตบอลชายของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช จำนวน 20 คน โดยทั้ง 2 กลุ่มได้มาจากการสมัครใจเข้าร่วมโครงการวิจัยและเลือกแบบเจาะจง รวมทั้งสิ้น จำนวน 40 คน ทำการฝึกเป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ เครื่องมือ
ที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ โปรแกรมการฝึก SAQ+D และโปรแกรมการฝึกซ้อมตามปกติ โดยใช้แบบทดสอบทักษะการเลี้ยงลูกฟุตบอลรูปแบบ Loughborough Soccer Dribbling Test (LSDT) ก่อนการฝึกและหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4, 6 และ 8 นำผลการวิเคราะห์ข้อมูล โดยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสถิติที (t-test) และสถิติ One-way ANOVA แบบวัดซ้ำ ผลการวิจัยพบว่า 1) ความสามารถในการเลี้ยงลูกฟุตบอลของนักกีฬาฟุตบอลชายมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต หลังการฝึกตามโปรแกรมการฝึก SAQ+D ในสัปดาห์ที่ 6 และ 8 ของกลุ่มทดลอง มีความสามารถในการเลี้ยงลูกฟุตบอลสูงขึ้นกว่าก่อนการฝึก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 2) เมื่อเปรียบเทียบความสามารถในการเลี้ยงลูกฟุตบอลของนักกีฬาฟุตบอล ระหว่างกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง พบว่า ก่อนการฝึกและหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 ไม่มีความแตกต่างกัน ส่วนหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 6 และสัปดาห์ที่ 8 มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ทวิช ไกลถิ่น. (2552). ผลการฝึกแบบผสมผสานที่มีต่อความเร็วและความคล่องแคล่วว่องไวของนักฟุตบอล. ใน วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาสุขศึกษา. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
พงศกร ประจำตน และคณะ. (2567). การพัฒนาทักษะพื้นฐานกีฬาฟุตบอล โดยใช้การจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดของเดวีส์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 18(3), 266-275.
วัฒนา สุทธิพันธ์ และคณะ. (2566). สมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพของนิสิตหลักสูตรศึกษาศาสตร์ สาขาพลศึกษา มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต ปีการศึกษา 2565. วารสารสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 7(3), 127-135.
สุขสวัสดิ์ ชนะพาล. (2550). ผลของการฝึกเสริมด้วยโปรแกรมการฝึกความคล่องแคล่วว่องไวที่มีต่อความสามารถในการเลี้ยงลูกฟุตบอลของนักกีฬาฟุตบอล อายุ 12-14 ปี. ใน วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุวิมล ว่องวาณิช และนงลักษณ์ วิรัชชัย. (2546). แนวทางการการให้คำปรึกษาวิทยานิพนธ์. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์ตำราและเอกสารทางวิชาการ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Faigenbaum, A. D. et al. (2023). May the Force Be with Youth: Foundational Strength for Lifelong Development. Current Sports Medicine Reports, 22(12), 414-422. https://doi.org/10.1249/JSR.0000000000001122.
Little, T. & Williams, A. G. (2005). Specificity of Acceleration, Maximum Speed and Agility in Professional Soccer Players. Journal of Strength and Conditioning Research, 19(1), 76-78. https://doi.org/10.1519/14253.1.
McGregor, S. et al. (2007). Reliability and Validity of Two Tests Soccer Skill. Journal of Sports Sciences, 25(13), 1461-1470. https://doi.org/10.1080/02640410601150470.
Milanović, Z. et al. (2013). Effects of a 12 week SAQ Training Programme on Agility With and Without the Ball among Young Soccer Players. Journal of Sports Science and Medicine, 12(2012), 97-103.
Prakash, D. (2023). Effect of SAQ Training on Anticipation Ability of Male Football Players. International Journal of Physical Education, Sports and Health, 10(4), 370-371. https://doi.org/10.22271/kheljournal.2023.v10.i4e.3053.
Sun, M. et al. (2025). Effects of speed, agility, and quickness (SAQ) training on soccer player performance-a systematic review and meta-analysis. PLoS ONE, 20(2), e0316846. https://doi.org/10.1371/journal.pone.0316846.