การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ตามแนวคิดเกมมิฟิเคชันร่วมกับสื่อโมชันกราฟิก โดยใช้ฉากสถานการณ์เป็นฐาน เพื่อพัฒนาความสามารถภาษาจีนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนเอกชนสอนภาษาจีนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

Main Article Content

ภัชณีย์ เสาวภาคพฤกษ์
สูติเทพ ศิริพิพัฒนกุล
ณัฐพล รำไพ

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการในการแก้ไขความสามารถด้านภาษาจีนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลายในโรงเรียนเอกชนสอนภาษาจีนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และ 2) สังเคราะห์ พัฒนาและประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการเรียนรู้ตามแนวคิดเกมมิฟิเคชันร่วมกับสื่อโมชันกราฟิก โดยใช้ฉากสถานการณ์เป็นฐาน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาจีนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูผู้สอนรายวิชาภาษาจีนในโรงเรียนเอกชนสอนภาษาจีน ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 73 คน โดยใช้วิธีสุ่มอย่างง่าย และผู้ทรงคุณวุฒิ 10 คน ในการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการเรียนรู้ เครื่องมือที่ใช้ ประกอบด้วย แบบสำรวจ แบบสัมภาษณ์ และแบบประเมินความเหมาะสมของรูปแบบ สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยผลการวิจัยพบว่า 1) นักเรียนมีปัญหาด้านการอ่านภาษาจีนอยู่ในระดับสูงที่สุด
(equation = 3.76, S.D. = .76) และครูผู้สอนมีความต้องการแก้ไขปัญหาด้านการฟังภาษาจีนของนักเรียนอยู่ในระดับสูงที่สุด (equation = 4.14, S.D. = .59) และด้านทักษะการฟังภาษาจีนมีค่าดัชนีความต้องการจำเป็นสูงที่สุด (PNI = 2.07) และ 2) รูปแบบการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย ขั้นตอน 6 ขั้นตอน คือ 2.1) วิเคราะห์และเตรียมความพร้อม 2.2) ออกแบบการจัดการเรียนรู้และสื่อ 2.3) พัฒนาและสร้างสื่อ 2.4) นำเสนอ รับรู้และปฏิบัติกิจกรรมตามสถานการณ์ 2.5) สะท้อนคิดและอภิปราย และ 2.6) การประเมินผลและผลย้อนกลับ และมี 15 องค์ประกอบ คือ ภาพกราฟิก การเคลื่อนไหว เวลาและจังหวะ เสียง แต้มสะสม ลำดับชั้นหรือระดับ เหรียญตรา กระดานผู้นำ เป้าหมายการเรียนรู้ ฟีดแบค สถานการณ์สมจริง การมีปฏิสัมพันธ์ บทบาทของครูเป็นผู้สนับสนุน การสวมบทบาท และ การสะท้อนคิด ผลการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบโดยผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในระดับมากที่สุด

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เสาวภาคพฤกษ์ ภ., ศิริพิพัฒนกุล ส., & รำไพ ณ. (2026). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ตามแนวคิดเกมมิฟิเคชันร่วมกับสื่อโมชันกราฟิก โดยใช้ฉากสถานการณ์เป็นฐาน เพื่อพัฒนาความสามารถภาษาจีนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนเอกชนสอนภาษาจีนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 10(6), 145–161. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/view/294456
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 4). (2562). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 57 ก หน้า 1-16 (15 มีนาคม 2569).

ภรณิษฐ์ อุบลนุช และคณะ. (2567). ปัจจัยส่งเสริมการตลาดหลักสูตรภาษา จีนในระดับอุดมศึกษา. วารสารวิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง, 13(2), 281-294.

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง. (2569). ข้อมูลพื้นฐานเศรษฐกิจจีน. เรียกใช้เมื่อ 25 มีนาคม 2569 จาก https://thaiembbeij.org/th/republic-of-china/investment/

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2560). แนวทางการจัดกระบวนการจัดการเรียนรู้ตามจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ด้านอ่านออก เขียนได้ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2562). ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580). กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.

Brown, H. D. & Lee, H. (2025). Principles of language learning and teaching: A course in second language acquisition. New York: Routledge.

Deterding, S. et al. (2011). From game design elements to gamefulness: Defining gamification. In Lugmayr, A. et al. (Eds.), Proceedings of the 15th International Academic MindTrek Conference: Envisioning Future Media Environments. (pp. 9-15). New York: Association for Computing Machinery.

Ellis, R. (2015). Understanding second language acquisition. (2nd ed.). Oxford: Oxford University Press.

Errington, E. (2011). Mission possible: Using near-world scenarios to prepare graduates for the professions. International Journal of Teaching and Learning in Higher Education, 23(1), 84-91.

Everson, M. E. (1998). Word recognition among learners of Chinese as a foreign language: Investigating the relationship between naming and knowing. The Modern Language Journal, 82(2), 194-204. https://doi.org/10.2307/329208.

Field, J. (2010). Listening in the language classroom. ELT journal, 64(3), 331-333. https://doi.org/10.1093/elt/ccq026.

Goh, C. C. & Vandergrift, L. (2021). Teaching and learning second language listening: Metacognition in action. New York: Routledge.

Hamari, J. et al. (2014). Does gamification work? -A literature review of empirical studies on gamification. In Proceedings of the 47th Hawaii International Conference on System Sciences. (pp. 3025-3034). New York: Institute of Electrical and Electronics Engineers.

Harmer, J. (2007). How to teach English. Bangkok: Pearson Longman.

Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308.

Mayer, R. E. (2002). Multimedia learning. Psychology of Learning and Motivation, 41, 85-139. Elsevier. https://doi.org/10.1016/S0079-7421(02)80005-6.

Nation, I. S. P. (2009). Teaching ESL/EFL listening and speaking. New York: Routledge.

Packard, J. L. (2000). The morphology of Chinese: A linguistic and cognitive approach. Cambridge: Cambridge University Press.

Po-Ching, Y. & Rimmington, D. (2015). Chinese: A comprehensive grammar. New York: Routledge.