ผลการใช้กระบวนการโค้ชทางปัญญาที่มีผลต่อสมรรถนะการออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกสำหรับนักศึกษาครูวิทยาศาสตร์
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อเปรียบเทียบสมรรถนะการออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของนักศึกษาครูวิทยาศาสตร์ก่อนและหลังการใช้กระบวนการโค้ชทางปัญญา 2) เพื่อศึกษาพัฒนาการของสมรรถนะการออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของนักศึกษาครูในแต่ละรอบของกระบวนการโค้ชทางปัญญา และ 3) เพื่อศึกษาผลของกระบวนการโค้ชทางปัญญาที่มีต่อความสามารถในการสะท้อนคิดเพื่อพัฒนาความสามารถในการออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาครูสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ กลุ่มวิชาชีววิทยา ชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จำนวน 12 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง ดำเนินการวิจัยเชิงปริมาณ รูปแบบกึ่งทดลอง แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ 1) ระยะก่อนการโค้ช 2) ระยะดำเนินการโค้ช 4 รอบ ที่เน้นการสะท้อนคิด และ 3) ระยะหลังการโค้ช เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการดำเนินกระบวนการโค้ชทางปัญญา แบบประเมินสมรรถนะการออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก แบบบันทึกการสะท้อนคิด แบบสังเกตพฤติกรรมกึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที ใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) สมรรถนะการออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของนักศึกษาครูหลังการใช้กระบวนการโค้ชทางปัญญาสูงกว่าก่อนการใช้กระบวนการอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) นักศึกษาครูมีพัฒนาการด้านการออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละรอบของกระบวนการโค้ชทางปัญญา และ 3) ผลของกระบวนการโค้ชทางปัญญาช่วยส่งเสริมการสะท้อนคิด การวิเคราะห์ตนเอง และความสามารถในการปรับปรุงการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของนักศึกษาครูได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ทิศนา แขมมณี. (2560). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พณสรรค์ งามศิริจิตร และพิภัทร์อนันต์ เทพพิทักษ์. (2567). ผลการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้และทักษะความฉลาดในการแก้ไขปัญหา เรื่องอัตราส่วนตรีโกณมิติ รายวิชาคณิตศาสตร์ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วารสารบริหารการศึกษา มศว, 21(40), 56-71.
พรผกา หนูจันทร์. (2567). การพัฒนาสมรรถนะครูวิทยาศาสตร์ในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ด้วยรูปแบบ SIPA Model ของโรงเรียน ในสหวิทยาเขตชุมแพม่านชมพู สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาขอนแก่น. วารสารวิจัยเพื่อการปฏิรูปการเรียนรู้, 7(1), 16-30.
พระมหานพพร อภิพนฺโธ. (2567). การจัดการเรียนแบบเชิงรุก (Active Learning) เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์. วารสารสันตยาภิวัฒน์ วัดหนองนกกด, 2(4), 39-53.
พิมพันธ์ เดชะคุปต์ และพเยาว์ ยินดีสุข. (2561). การเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลังกับ PLC เพื่อการพัฒนา. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์ วงศ์.
วีรยุทธ ด้วงใย. (2566). การประยุกต์ 1 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. ใน รายงานการวิจัย. มหาวิทยาลัยบูรพา.
สุคนธ์ สินธพานนท์. (2561). การจัดการเรียนรู้ของครูยุคใหม่ เพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์หนังสือแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2559). การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย.
อาทิตยา จิตร์เอื้อเฟื้อ. (2561). การพัฒนาทักษะการตั้งคำถามทางวิทยาศาสตร์ของนิสิตครูวิทยาศาสตร์ โดยใช้กิจกรรมสืบเสาะลูกโป้งน้ำแข็งและการโค้ชเพื่อการรู้คิดในรายวิชาทักษะการจัดการเรียนรู้เฉพาะสาขาวิชา. วารสารวิทยาศาสตร์ มศว, 34(1), 187-205.
อารี สัณหฉวี. (2565). การพัฒนาสมรรถนะการทำวิจัยเพื่อการเรียนรู้ด้วยกระบวนการโค้ชและการวิจัยเป็นฐานของนักศึกษาครู มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 16(2), 67-76.
Bonwell, C. C. & Eison, J. A. (2020). Active Learning: Creating Excitement in the Classroom. Washington: George Washington University.
Costa, A. L. & Garmston, R. J. (2016). Cognitive Coaching: Weaving Threads Of Learning And Change Into The Culture Of An Organization. Lanham: Rowman & Littlefield.