การพัฒนาศักยภาพการแข่งขันธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสมุนไพร เพื่อรองรับการมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชากรไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความสำคัญของด้านองค์ความรู้ ด้านความสามารถทางการตลาด ด้านการจัดการแบบลีน และด้านสมรรถนะธุรกิจของธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสมุนไพร และ 2) เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาศักยภาพการแข่งขันธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสมุนไพร เพื่อรองรับการมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชากรไทย ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ประชากรในการศึกษาครั้งนี้ คือ ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและแปรรูปสมุนไพรในประเทศไทย จำนวน 1,298 ราย ขนาดของกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 500 ตัวอย่าง เครื่องมือใช้เป็นแบบสอบถามในการเก็บข้อมูล ประกอบด้วย ข้อมูลสถานประกอบการ ข้อคําถามเกี่ยวกับด้านองค์ความรู้ ด้านความสามารถทางการตลาด ด้านการบริหารจัดการแบบลีน ด้านสมรรถนะธุรกิจ และข้อเสนอแนะอื่น ๆ (Cronbach’s Alpha = 0.89) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์สมการโครงสร้าง ผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 พบว่า ลำดับความสำคัญขององค์ประกอบ 4 ด้าน ได้แก่ ด้านความสามารถทางการตลาด ค่าเฉลี่ย 4.52 ด้านองค์ความรู้ ค่าเฉลี่ย 4.46 ด้านสมรรถนะธุรกิจ ค่าเฉลี่ย 4.37 และด้านการจัดการแบบลีน ค่าเฉลี่ย 4.34 ตามลำดับ ผลการวิเคราะห์ตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 2 การวิเคราะห์ตัวแบบสมการเชิงโครงสร้าง พบว่า โมเดลสมการโครงสร้างมีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ การวิเคราะห์ค่าอิทธิพลด้านองค์ความรู้ส่งอิทธิพลทางตรงกับด้านความสามารถทางการตลาด มีค่าน้ำหนัก 0.89 ด้านองค์ความรู้ส่งอิทธิพลทางตรงกับด้านการจัดการแบบลีน มีค่าน้ำหนัก 0.61 ด้านองค์ความรู้ส่งอิทธิพลทางตรงกับด้านสมรรถนะธุรกิจ มีค่าน้ำหนัก 0.45 ด้านความสามารถทางการตลาดส่งอิทธิพลทางตรงกับด้านสมรรถนะธุรกิจ มีค่าน้ำหนัก -0.21 ด้านการจัดการแบบลีนส่งอิทธิพลทางตรงกับด้านสมรรถนะธุรกิจ มีค่าน้ำหนัก 0.57 องค์ความรู้ใหม่ที่พบ คือ K-M-L-B Model
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า. (2568). ข้อมูลนิิติิบุุคคลประจำปี 2568. เรียกใช้เมื่อ 22 มกราคม 2569 จาก https://www.dbd.go.th/fileupload/document_file/ebook/2568/DBD_datareport2025.pdf
พิรญาณ์ ใจชื้น. (2561). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เสริม อาหารสมุนไพรของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล. ใน วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจ. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
Al-Aama, Y. (2014). Technology knowledge management (TKM) taxonomy: Using technology to manage knowledge in a Saudi municipality. VINE, 44(1), 2-21.
Comrey, L. & Lee, B. (1992). A first Course in Factor Analysis. New Jersey: Erlbaum.
Egan, B. et al. (2011). An overview of consumer attitudes and beliefs about plant food supplements. Food Funct, 2(12), 747-752.
Grant, M. (1996). Toward a Knowledge-Based Theory of the Firm. Strategic Management Journal, 17(2), 109-122.
Jabeen, S. (2020). Knowledge management and society in technological driven era. Lincoln: Library Philosophy and Practice.
Kohli, K. & Jaworski, J. (1990). Market orientation: the construct, research propositions, and managerial implications. Journal of Marketing, 54(2), 1-18.
Lichtarski, J. (1997). Podstawy nauki o przedsiebiorstwie. Wroclaw: WAE.
Liker, K. (2004). The Toyota way: 14 management principles from the world’s greatest manufacturer. New York: McGraw-Hill.
Narver, C. & Slater, F. (1990). The effect of a market orientation on business profitability. Journal of Marketing, 54(4), 20-35.
Shah, S. et al. (2017). Lean production practices to enhance organizational performance. EDP sciences, 125(7), 1-7.
Starr, R. (2015). Too little, too late: Ineffective regulation of dietary supplements in the United States. Public Health, 105(3), 478-485.
Taouab, O. & Issor, Z. (2019). Firm performance: Definition and measurement models. European Scientific Journal, 15(1), 93-106.
Vojvodić, S. et al. (2025). Landscape of Herbal Food Supplements: Where Do We Stand with Health Claims? Nutrients, 17(9), 1571. https://doi.org/10.3390/nu17091571.
Womack, P. & Jones, T. (1996). Lean thinking: Banish waste and create wealth in your corporation. New York: Simon & Schuster.