การประยุกต์ใช้นวัตกรรมการสื่อสารดิจิทัลเพื่อการอนุรักษ์ สืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมและคุณค่าทางการแสดงรำโทนนกพิทิด

Main Article Content

ทองพูล มุขรักษ์
กรกฎ จำเนียร
บำรุง ศรีนวลปาน
ชวัลรัตน์ ศรีนวลปาน

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาประวัติความเป็นมาและรูปแบบการแสดงรำโทน นกพิทิด 2) พัฒนานวัตกรรมการสื่อสารดิจิทัลเพื่อการอนุรักษ์และสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมและคุณค่าทางการแสดงรำโทนนกพิทิด และ 3) ประเมินประสิทธิภาพของนวัตกรรมการสื่อสารดิจิทัล การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี โดยการวิจัยเชิงคุณภาพใช้แบบสัมภาษณ์เชิงลึกเลือกแบบเจาะจง จำนวน 30 คน ได้แก่ ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานราชการ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในตำบลกรุงชิง และการประชุมกลุ่มย่อย จำนวน 10 คน ได้แก่ ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานราชการ และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ส่วนการวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบประเมินประสิทธิภาพนวัตกรรมโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน แบบประเมินความพึงพอใจและแบบประเมินคุณค่าการแสดงจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 400 คน โดยตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือจากดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถาม (IOC) และวิเคราะห์ข้อมูลหาค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) รำโทนนกพิทิดเป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่สะท้อนอัตลักษณ์ วิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น 2) การพัฒนานวัตกรรมการสื่อสารดิจิทัลในรูปแบบเว็บแอปพลิเคชันร่วมกับเทคโนโลยีความจริงเสริม (AR) เป็นสื่อในเผยแพร่องค์ความรู้ทางวัฒนธรรม และ 3) ผลการประเมินนวัตกรรมมีประสิทธิภาพอยู่ในระดับมากที่สุด และผลการประเมินความพึงพอใจต่อรูปแบบการใช้งานและผลลัพธ์ของนวัตกรรมอยู่ในระดับมากที่สุด การประเมินคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมและการอนุรักษ์สืบทอดรำโทนนกพิทิดอยู่ในระดับมากที่สุด ผลลัพธ์ คือ นวัตกรรมเทคโนโลยี
ความจริงเสริม (AR) ส่งเสริมการเรียนรู้ การอนุรักษ์และการสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรม

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
มุขรักษ์ ท., จำเนียร ก., ศรีนวลปาน บ., & ศรีนวลปาน ช. (2026). การประยุกต์ใช้นวัตกรรมการสื่อสารดิจิทัลเพื่อการอนุรักษ์ สืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมและคุณค่าทางการแสดงรำโทนนกพิทิด. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 10(9), 388–406. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/view/296340
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ชวัลลักษณ์ วิเชียรแก้ว. (2565). รำโทนนกพิทิด จังหวัดนครศรีธรรมราช. ใน วิทยานิพนธ์การศึกษาศิลปะศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานาฏยศิลป์ไทย. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ณัฐนรี รัตนสวัสดิ์. (2552). รำโทน คณะแม่ตะเคียน เทียนศรี ตำบลบางพึ่ง อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี. วารสารวิจัยราชภัฏเชียงใหม่, 10(1), 109-120.

ทวีเกียรติ ไชยยงยศ. (2538). สุนทรียะทางทัศนศิลป์. กรุงเทพมหานคร: โครงการตำราคณะศิลปกรรมศาสตร์ สถาบันราชภัฏสวนดุสิต.

มัย ตะติยะ. (2547). สุนทรียภาพทางทัศนศิลป์. นครศรีธรรมราช: วาดศิลป์.

เมธาวี จำเนียร และคณะ. (2564). การศึกษาสถานการณ์การแสดงพื้นบ้านจังหวัดนครศรีธรรมราชเพื่อการยกระดับและสื่อสารเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยว. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 11(3), 4-11.

รุ่งไพลิน รอดบุญ. (16 ต.ค. 2568). ประวัติความเป็นมาของรำโทนนกพิทิด. (ทองพูล มุขรักษ์, ผู้สัมภาษณ์)

สมเจตน์ ทิณพงษ์. (2561). 10 นวัตกรรม สู่ Paradigm ใหม่. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA).

สมาคมอิโคโมสไทย. (2554). เอกสารประกอบการประชุมวิชาการและการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม. กรุงเทพมหานคร: สมาคมอิโคโมสไทย.

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ. (2550). รายงานประจำปี 2550 สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน). กรุงเทพมหานคร: สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน).

สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. (2550). ศัพท์บัญญัติราชบัณฑิตยสถาน. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานราชบัณฑิตยสภา.

Azuma, R. (1997). A Survey of Augmented Reality. Presence: Teleoperators and Virtual Environments, 6(4), 355-385.

Charoen, D. (2018). Digital Thailand. NIDA Case Research Journal, 10(2), 1-32.

Cochran, W. G. (1977). Sampling Techniques. (3rd ed.). New York: John Wiley & Sons.

Klopfer, E. & Squire, K. (2008). Environmental Detectives-the development of an augmented reality platform for environmental simulations. Educational Technology Research and Development, 56(2), 203-228.

Organisation for Economic Co-operation and Development. (2023). OECD Digital Education Outlook 2023: Towards an Effective Digital Education Ecosystem. Paris: OECD Publishing.

Sekaran, U. & Bougie, R. (2016). Research methods for business: A skill-building approach. (7th ed.). Hoboken: John Wiley & Sons.

UNESCO. (2022). Culture in the digital environment: assessing impact in Latin America and Spain. Paris: UNESCO Publishing.

UNESCO. (2023). Culture and Digital Technologies. Paris: UNESCO.