การพัฒนานิติวิธีของผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัว ในการใช้มาตรการแทน การพิพากษาตามมาตรา 132: แนวทางนิติประสาทวิทยาสู่การวินิจฉัยเชิงภาววิสัย (ศึกษาวิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1688/2568)

Main Article Content

ศุภกร ชมศิริ

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษากรอบความคิดทางกฎหมายของมาตรการแทนการพิพากษาคดีตามมาตรา 132 แห่งพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวฯ พ.ศ. 2553 ข้อบังคับประธานศาลฎีกาฯ พ.ศ. 2556 และนิติวิธีในคำพิพากษาฎีกาที่ 1688/2568 2) เพื่อวิเคราะห์ความสอดคล้องระหว่างเหตุแห่งการกระทำความผิดที่ศาลฎีกาวินิจฉัยกับมาตรการที่ศาลกำหนด ภายใต้ทฤษฎีพัฒนาการจิตสังคมของอีริค อีริคสัน และทักษะสมองส่วนบริหาร (Executive Function: EF) และ 3) เสนอแนะ “นิติวิธีเชิงพัฒนาการ” ตามแนวทางการวินิจฉัยเชิงภาววิสัย ผลการศึกษาพบว่า 1) กรอบความคิดทางกฎหมายของมาตรา 132 วางอยู่บนปรัชญา 4 ประการ (Welfare Model, Parens Patriae, Restorative Justice และ Diversion Principle) แต่ยังขาดตัวชี้วัดของพัฒนาการแต่ละช่วงวัยและหลักพัฒนาการตามลำดับขั้น (Epigenetic Principle) ศาลฎีกาวางหลักว่า “สถานที่อื่น” ตามมาตรา 132 วรรคสอง ไม่รวมถึงศูนย์ฝึกและอบรม สอดคล้องกับหลักการเบี่ยงเบนคดี 2) การวินิจฉัยเหตุแห่งการกระทำความผิดของจำเลยว่าทำเพราะอยากลองและโง่เขลาในเรื่องเพศ เป็นการวินิจฉัยเชิงอัตวิสัยทางศีลธรรม มิใช่เชิงภาววิสัยทางวิทยาศาสตร์ อีกทั้งมาตรการที่กำหนด (รายงานตัว ห้ามยาเสพติด และสุรา) มิได้แก้ไขเหตุที่ศาลระบุเอง และ 3) ผู้วิจัยเสนอ “นิติวิธีเชิงพัฒนาการ” ที่บูรณาการทฤษฎีของอีริค อีริคสัน และ EF เป็นเครื่องมือวินิจฉัยเชิงภาววิสัย เปิดสาขา Neurolaw ในศาลเยาวชนไทย โดยเปลี่ยนกระบวนทัศน์ไปสู่การวินิจฉัยเชิงภาววิสัย เทียบเคียงกับการวินิจฉัยโรคของแพทย์ที่สอดคล้องกับพยาธิสภาพ เพื่อให้มาตรการแก้เหตุได้ถูกต้องบนฐานหลักฐานเชิงประจักษ์ ตามหลักการ “การวินิจฉัยที่ถูกต้องย่อมนำไปสู่การรักษาที่ถูกต้อง”

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ชมศิริ ศ. (2026). การพัฒนานิติวิธีของผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัว ในการใช้มาตรการแทน การพิพากษาตามมาตรา 132: แนวทางนิติประสาทวิทยาสู่การวินิจฉัยเชิงภาววิสัย (ศึกษาวิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1688/2568). วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 10(9), 287–303. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/view/296477
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการกำหนดมาตรการแทนการพิพากษาคดี พ.ศ. 2556. (2556). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 130 ตอนที่ 78 ก หน้า 41-45 (6 กันยายน 2556).

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1688/2568. (2568). ระบบสืบค้นคำพิพากษา คำสั่งคำร้อง และคำวินิจฉัยศาลฎีกา. เรียกใช้เมื่อ 23 ธันวาคม 2568 จาก https://deka.supremecourt.or.th

จรัญ ภักดีธนากุล. (2566). คำอธิบายกฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน. (พิมพ์ครั้งที่ 13). กรุงเทพมหานคร: สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา.

นวลจันทร์ จุฑาภักดีกุล. (2562). ทักษะสมอง EF: บริหารชีวิตให้สำเร็จ. นครปฐม: สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล.

ปพนพัชร์ ชัยศิริวิกรม และพีรพนธ์ ลือบุญธวัชชัย. (2566). สุขภาวะทางจิตและการเห็นคุณค่าในตนเองของเด็กและเยาวชนในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก. วารสารธรรมเพื่อชีวิต, 29(2), 15-29.

ประมวลกฎหมายอาญา. (2499). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 73 ตอนที่ 95 ก ฉบับพิเศษ หน้า 1 (15 พฤศจิกายน 2499).

ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์. (2562). สร้างเด็กภูมิดีด้วย EF. กรุงเทพมหานคร: แพรวเพื่อนเด็ก อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับบิชชิ่ง.

พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553. (2553). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 127 ตอนที่ 72 ก หน้า 1-58 (22 พฤศจิกายน 2553).

สมภาร พรมทา. (2561). นิติปรัชญา: ความเรียงว่าด้วยกฎหมาย ศีลธรรม และความยุติธรรม. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ปัญญา.

ASEAN Intergovernmental Commission on Human Rights. (2023). Thematic study on juvenile justice with particular emphasis on interrogation practices on children in conflict with the laws. Retrieved March 25, 2026, from https://aichr.org/wp-content/uploads/2023/05/Adopted-ad-ref_Final-Report-of-Thematic-Study-on-Juvenile-Justice-on-01-April-2023.pdf

Diamond, A. (2012). Activities and programs that improve children's executive functions. Current Directions in Psychological Science, 21(5), 335-341. https://doi.org/10.1177/0963721412453722.

Diamond, A. (2013). Executive Functions. Annual Review of Psychology, 64, 135-168. https://doi.org/10.1146/annurev-psych-113011-143750.

Erikson, E. H. (1968). Identity: Youth and Crisis. New York: W.W. Norton.

Erikson, E. H. (1982). The life cycle completed: A review. New York: W. W. Norton & Company.

Marcia, J. E. (1966). Development and validation of ego-identity status. Journal of Personality and Social Psychology, 3(5), 551-558. https://doi.org/10.1037/h0023281.

Scott, E. S. & Steinberg, L. (2008). Rethinking Juvenile Justice. Cambridge: Harvard University Press.

Steinberg, L. (2008). A social neuroscience perspective on adolescent risk-taking. Developmental Review, 28(1), 78-106. https://doi.org/10.1016/j.dr.2007.08.002.

United Nations. (1985). Standard Minimum Rules for the Administration of Juvenile Justice (Beijing Rules) G.A. Res. 40/33. Retrieved March 25, 2026, from https://www.ohchr.org/en/instruments-mechanisms/instruments/united-nations-standard-minimum-rules-administration-juvenile

United Nations. (1989). Convention on the Rights of the Child G.A. Res. 44/25. Retrieved March 25, 2026, from https://www.ohchr.org/en/instruments-mechanisms/instruments/convention-rights-child

United Nations Committee on the Rights of the Child. (2019). General Comment No. 24 on children’s rights in the child justice system CRC/C/GC/24. Retrieved March 25, 2026, from https://www.ohchr.org/en/documents/general-comments-and-recommendations/general-comment-no-24-2019-childrens-rights-child

van Haeringen, S. L. et al. (2026). The significance of executive functioning in juvenile justice interventions: Insights from clinical practice. Frontiers in Psychology, 17(2026), 1809135. https://doi.org/10.3389/fpsyg.2026.1809135.